การใช้กฎหมายอาญาเมื่อมีการเปลี่ยนแปลงกฎหมาย และอำนาจของอัยการในการขอให้ทำลายต้นยางที่ปลูกโดยไม่ได้รับอนุญาตและให้จำเลยเสียค่าใช้จ่าย
ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 2 วรรค 1 ต้องพิจารณาความผิดและลงโทษตามกฎหมายในขณะกระทำความผิด และแม้กฎหมายนั้นถูกยกเลิกแล้ว มาตรา 2 วรรค 2 และมาตรา 3 ให้ใช้กฎหมายใหม่เฉพาะเมื่อเป็นคุณแก่จำเลย เมื่อกฎหมายใหม่ไม่เป็นคุณแก่จำเลย ต้องใช้กฎหมายเก่าบังคับคดี นอกจากนี้ พระราชบัญญัติควบคุมยาง พ.ศ. 2481 มาตรา 15 บ
พิพากษาแก้ ให้ทำลายต้นยางที่จำเลยปลูกใหม่โดยฝ่าฝืน และให้จำเลยเป็นผู้เสียค่าใช้จ่ายตามพระราชบัญญัติควบคุมยาง พ.ศ. 2481 มาตรา 15 นอกจากที่แก้ให้เป็นไปตามคำพิพากษาศาลอุทธรณ์
จำเลยบุกรุกแผ้วถางป่าเนื้อที่ประมาณ 20 ไร่ ตัดฟันไม้หวงห้าม 15 ต้น โดยไม่ได้รับอนุญาต และเข้ายึดถือครอบครองที่ดินของรัฐและปลูกยางพาราใหม่ประมาณ 1,000 ต้น โดยไม่ได้รับอนุญาต ระหว่างวันที่ 1 กันยายน ถึง 31 ธันวาคม 2502
ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมายคำพิพากษาศาลฎีกาที่ 815/2505อัยการประจำศาลจังหวัดเบตงโจทก์นายจงกำสุย แซ่จุ่งจำเลย ป.อ. ม. 2, ม. 3 พ.ร.บ.ป่าไม้ พ.ศ.2484 พ.ร.บ.ป่าไม้ (ฉบับที่ 3) พ.ศ.2494 พ.ร.บ.ป่าไม้ (ฉบับที่ 4) พ.ศ.2503 ประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 2 วรรค 1 วางหลังให้พิจารณาควาาผิดของจำเลยและลงโทษตามกฎหมายในขณะที่จำเลยกระทำการอันถูกล่าวหานั้น และแม้ว่าได้มีการยกเลิกกฎหมายนั้นเสียแล้วมาตรา 2 วรรค 2 และมาตรา 3 ก็ให้พิจารณาใช้กฎหมายใหม่เฉพาะแต่เมื่อเป็นคุณแก่จำเลยเท่านั้นถ้ากฎหมายใหม่ไม่เป็นคุณแก่จำเลย ก็ยังใช้กฎหมายเก่าบังคับคดี อัยการมีอำจาจขอให้ศาลสั่งทำลายต้นยางพาราซึ่งปลูกใหม่ โดยมิได้รับอนุญาต และขอให้จำเลยเสียค่าใช้จ่ายในการทำลายนั้นได้ตามพระราชบัญญัติควบคุมยาง พ.ศ. 2481 มาตรา 15 คำขอเช่นว่านี้เป็น คำขอทางอาญา หาใช่คำขอทางแพ่งไม่.คดีนี้ ได้ความตามฟ้องและคำรับสารภาพของจำเลยว่า เมื่อระหว่างวันที่ ๑ กันยายน ถึงวันที ๓๑ ธันวาคม ๒๕๐๒ เวลากลางวันและกลางคืน จำเลยบังอาจแล้วถามป่าเนื้อที่ประมาณ ๒๐ ไร่ และบังอาจตัดฟันไม้หวงห้าม ๑๕ ต้น โดยมิได้รับอนุญาต ทั้งบังอาจเข้ายึดถือครอบครองที่ดินของรัฐและปลูกยางพาราใหม่ประมาณ ๑,๐๐๐ ต้น โดยมิได้รับอนุญาต ศาลชั้นต้นพิพากษาว่าจำเลยมีความผิดตามกฎหมายที่โจทก์ขอให้ลงโทษ ซึ่งรวมทั้งพระราชบัญญัติป่าไม้ (ฉบับที่ ๔) พ.ศ. ๒๕๐๓ มาตรา ๑๑,๑๖,๑๗ ด้วย แต่ให้ลงโทษจำเลยฐานแผ้วถางป่าตัดฟันไม้หวงห้ามตามพระราชบัญญัติป่าไม้ พ.ศ. ๒๔๘๔ มาตรา ๗๓ แก้ไข เพิ่มเติม พ.ศ. ๒๔๙๔ มาตรา ๑๗ ซึ่งเป็นบทหนักและเป็นคุณแก่จำเลย ให้จำคุก ๑ เดือน ๑๐ วัน กับปรับ ๒๕๐ บาท ลงโทษฐานยึดถือครอบครองที่ดินของรัฐ ตามประมวลกฎหมายที่ดิน มาตรา ๑๐๘ ปรับ ๓๐๐ บาท และฐานปลูกยางใหม่ไม่ได้รับอนุญาต ปรับ