ฎีกาที่ คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 607/2494

ประเด็นกฎหมาย

การกู้เงินที่รวมดอกเบี้ยเกินอัตราเข้าเป็นต้นเงิน และการนำสืบการใช้เงินกู้โดยบุคคลที่สาม

หลักกฎหมาย

ดอกเบี้ยที่เรียกเกินอัตราตกเป็นโมฆะ แต่ต้นเงินกู้ไม่เป็นโมฆะ และการนำสืบการใช้เงินกู้ที่มีหลักฐานเป็นหนังสือต้องมีหลักฐานเป็นหนังสือลงลายมือชื่อผู้ให้ยืม ไม่ว่าผู้กู้หรือบุคคลที่สามเป็นผู้ชำระ

คำวินิจฉัย

พิพากษายืนตามศาลอุทธรณ์ ให้จำเลยใช้ต้นเงิน 4,000 บาท

ข้อเท็จจริงสำคัญ

จำเลยกู้เงินโจทก์ 4,000 บาท แต่สัญญากู้ระบุ 6,000 บาท โดยรวมดอกเบี้ยร้อยละ 5 ต่อเดือนเป็นเวลา 10 เดือน คิดเป็นดอกเบี้ย 2,000 บาท เข้าเป็นต้นเงิน จำเลยต่อสู้ว่าได้รับเงินเพียง 1,200 บาท และชำระหนี้แล้วโดยนายสงวนชำระแทน

กฎหมายที่เกี่ยวข้อง

เนื้อหาคำพิพากษา (บางส่วน)

ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมายคำพิพากษาศาลฎีกาที่ 607/2494นายโฉม นพรัตน์โจทก์นายเสริมพันธ์ อรุณประเสริฐจำเลย พ.ร.บ.ห้ามเรียกดอกเบี้ยเกินอัตรา พ.ศ.2475 ป.พ.พ. ม. 113, ม. 135, ม. 653ตกลงกู้เงิน 40000 บาทคิดดอกเบี้ยอัตราร้อยละ 5 บาทต่อเดือนเป็นเวลา 10 เดือนเป็นเงิน 2000 บาท เอารวมไว้เป็นเงินกู้ด้วย เมื่อกรณีเป็นที่พึงสันนิษฐานได้ว่า คู่สัญญามีเจตนาที่จะแยกการกู้เงินและเรียกดอกเบี้ยออกต่างหากจากกันแล้ว ส่วนดอกเบี้ยที่เรียกเกินอัตราก็ตกเป็นโมฆะ แต่ต้นเงินกู้หาเป็นโมฆะด้วยไม่ การใช้เงินกู้ยืมที่มีหลักฐานเป็นหนังสือนั้น จะต้องมีหลักฐานเป็นหนังสือลงลายมือชื่อผู้ให้ยืมมา แสดงหรือได้เวนคืนเอกสาร หรือได้แทงเพิกถอนลงไว้แล้วเท่านั้น ทั้งนี้จะเป็นตัวผู้กู้ชำระเองหรือบุคคลที่ 3 เป็นผู้ชำระก็เช่นเดียวกัน เพราะมาตรา 653 มิได้บัญญัติยกเว้นถึงตัวบุคคลผู้ชำระหนี้ไว้เลยโจทก์ฟ้องว่า จำเลยทำสัญญากู้เงินโจทก์ไป ๖,๐๐๐ บาท แล้วไม่ชำระ จึงขอให้บังคับจำเลยชำระ จำเลยต่อสู้ว่า กู้ไปเพียง ๔,๐๐๐ บาท กำหนดใช้ ๑๐ เดือนคิดดอกเบี้ยร้อยละ ๕ ต่อเดือน เป็นเงิน ๒๐๐๐ บาท ทำรวมกันต้นเงินเข้าด้วยเป็นการเรียกดอกเบี้ยเกินอัตรา สัญญากู้จึงเป็นโมฆะและความจริงจำเลยได้รับเงินไปเพียง ๑๒๐๐ บาท ก็ได้ชำระให้โจทก์แล้ว โดยนายสงวนใช้แทน ศาลชั้นต้นและศาลอุทธรณ์พิพากษาให้จำเลยใช้ต้นเงิน ๔๐๐๐ บาท โจทก์และจำเลยต่างฎีกา ศาลฎีกาเห็นว่า ข้อเท็จจริงฟังได้ว่าจำเลยได้ตกลงกู้เงินโจทก์ไป ๔๐๐๐ บาท แต่เวลาทำสัญญากันโจทก์คิดดอกเบี้ยร้อยละ ๕ บาทต่อเดือนเป็นเวลา ๑๐ เดือนเป็นเงิน ๒๐๐๐ บาท เอารวมไว้เป็นเงินกู้ด้วย ดังนี้การกู้ยืมเงินต้น หาเป็นการผิดกฎหมาย แต่เป็นการคิดดอกเบี้ยกันเกินอัตราที่กฎหมายกำหนดไว้ เป็นความผิดตามกฎหมายต่างหาก กรณีพึงสันนิ