ฎีกาที่ คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1609/2492

ประเด็นกฎหมาย

ประกาศของพนักงานเจ้าหน้าที่ประจำจังหวัดจะใช้บังคับได้ต้องปรากฏว่าคณะกรรมการปฏิบัติการตาม พ.ร.บ.การค้าข้าวได้ให้อำนาจไว้ และการที่ฟ้องกับสำเนาประกาศท้า

หลักกฎหมาย

ประกาศของพนักงานเจ้าหน้าที่ประจำจังหวัดจะใช้บังคับได้ ต้องปรากฏว่าคณะกรรมการปฏิบัติการตาม พ.ร.บ.การค้าข้าวได้ให้อำนาจไว้ และประกาศให้อำนาจของคณะกรรมการดังกล่าวเป็นข้อเท็จจริงเกี่ยวกับการกระทำอันหนึ่งในองค์ความผิด ซึ่งโจทก์ต้องนำสืบให้ได้ความชัดแจ้ง แม้จำเลยรับสารภาพก็ไม่สามารถชดเชยความไม่ชัดเจนขององ

คำวินิจฉัย

พิพากษากลับ ให้ยกฟ้อง

ข้อเท็จจริงสำคัญ

โจทก์ฟ้องว่าจำเลยมีข้าวเปลือก 2 เกวียนหลวง 60 ถัง ไว้ในครอบครองโดยไม่ไปแจ้งปริมาณและสถานที่เก็บ อันเป็นการฝ่าฝืนประกาศของพนักงานเจ้าหน้าที่ประจำจังหวัดนครราชสีมา แต่ในฟ้องตอนต้นอ้างว่าประกาศของพนักงานเจ้าหน้าที่อาศัยอำนาจตามประกาศของคณะกรรมการฉบับเดือนมกราคม 2490 ส่วนสำเนาประกาศท้ายฟ้องอ้างว่าอาศัยอ

กฎหมายที่เกี่ยวข้อง

เนื้อหาคำพิพากษา (บางส่วน)

ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมายคำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1609/2492อัยยการนครราชสีมาโจทก์นายคร่ำ แคลนกระโทกจำเลย พ.ร.บ.การค้าข้าว พ.ศ.2489 ป.วิ.อ. ม. 227ประกาศของพนักงานเจ้าหน้าที่ประจำจังหวัดจะใช้บังคับได้ ต้องปรากฎว่าคณะกรรมการปฏิบัติการตาม พ.ร.บ.การค้าข้าว ได้ให้อำนาจไว้ ประกาศให้อำนาจของคณะกรรมการปฏิบัติการตาม พ.ร.บ.การค้าข้าวดังกล่าวไม่ใช่เป็นข้อกฎหมาย แต่เป็นข้อเท็จจริงเกี่ยวกับการกระทำอันหนึ่งในการกระทำทั้งหลายที่เป็นองค์ความผิด ซึ่งโจทก์จะต้องนำสืบให้ได้ความชัดแจ้ง โจทก์ฟ้องหาว่าจำเลยฝ่าฝืนประกาศของพนักงานเจ้าหน้าที่ประจำจังหวัดนครราชสีมา ซึ่งออกโดยอาศัยอำนาจตามประกาศของคณะกรรมการปฏิบัติตามการ พ.ร.บ.การค้าข้าว แต่ในฟ้องตอนต้นปรากฎว่าประกาศของพนักงานเจ้าหน้าที่อาศัยอำนาจตามความในประกาศของคณะกรรมการฉะบับเดือนมกราคม 2490 แต่ตามสำเนาประกาศท้ายฟ้องอ้างว่าอาศัยอำนาจตามความในประกาศของคณะกรรมการฉะบับเดือนกรกฎาคม 2490 ดังนี้ แม้จำเลยให้การรับสารภาพ ก็ลงโทษจำเลยไม่ได้ เพราะไม่รู้แน่ว่า ประกาศของพนักงาน ที่โจทก์หาว่าจำเลยฝ่าฝืน ออกมาโดยอาศัยอำนาจของคณะกรรมการฉะบับใดโจทก์ฟ้องหาว่า จำเลยมีข้าวเปลือก ๒ เกวียนหลวง ๖๐ ถัง ไว้ในครอบครอง ไม่ไปแจ้งประมาณและสถานที่เก็บเป็นการฝ่าฝืนประกาศของพนักงานเจ้าหน้าที่ ขอให้ลงโทษและริบข้าวของกลาง จำเลยรับสารภาพ และแถลงว่าจำเลยเป็นกสิกรชาวนา ข้าวเปลือกของกลางเป็นข้าวที่ผลิตได้จากนาของจำเลยเอง ศาลชั้นต้นเห็นว่าจำเลยเป็นกสิกรชาวนาหาจำต้องไปแจ้งปริมาณสถานที่เก็บไม่ พิพากษายกฟ้องศาลอุทธรณ์พิพากษากลับ ให้ลงโทษจำคุกจำเลย ๔๕ วันตามฟ้อง และให้รอการลงอาญาไว้ ริบข้าวของกลาง จำเลยฎีกา ศาลฎีกาเห็นว่า ประกาศของพนักงานเจ้าหน้าที่ประจำจังหวัดนครราชสีมาจะใช้บังคับได้