ฎีกาที่ คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1626/2492

ประเด็นกฎหมาย

การพิจารณาว่าสิ่งปลูกสร้างเป็นเคหะตาม พ.ร.บ.ควบคุมค่าเช่าในภาวะคับขัน พ.ศ.2489 หรือไม่ ต้องดูเจตนาคู่กรณีและพฤติการณ์แวดล้อม ไม่ใช่เพียงผู้เช่าอาศัยอย

หลักกฎหมาย

การพิจารณาว่าสิ่งปลูกสร้างเป็นเคหะตาม พ.ร.บ.ควบคุมค่าเช่า ฯ หรือไม่ ต้องดูเจตนาของคู่กรณีในเวลาทำสัญญาประกอบกับเหตุผลแวดล้อม เช่น สภาพสิ่งปลูกสร้าง อัตราค่าเช่า ทำเลที่ตั้ง และการปฏิบัติของคู่สัญญา ว่ามีวัตถุประสงค์เพื่อใช้เป็นที่อยู่อาศัยหรือไม่ และภาระการพิสูจน์ว่าการเช่าอยู่ในความคุ้มครองเป็นหน้า

คำวินิจฉัย

พิพากษากลับ ให้ขับไล่จำเลยและให้จำเลยใช้ค่าเสียหายเดือนละ 80 บาท จนกว่าจะออกจากที่เช่า

ข้อเท็จจริงสำคัญ

โจทก์ฟ้องขับไล่จำเลยออกจากห้องเช่า เรียกค่าเสียหายเดือนละ 100 บาท จำเลยต่อสู้ว่าห้องเช่าเป็นเคหะได้รับความคุ้มครองตาม พ.ร.บ.ควบคุมค่าเช่า คู่ความตกลงให้ศาลชี้ขาดโดยไม่สืบพยาน ข้อเท็จจริงตามฟ้องและคำให้การไม่เพียงพอว่าทรัพย์เช่าเป็นเคหะ จำเลยไม่ติดใจสืบพยาน

กฎหมายที่เกี่ยวข้อง

เนื้อหาคำพิพากษา (บางส่วน)

ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมายคำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1626/2492นายเทอด บุนนาคโจทก์นายฮ่งเซีย แซ่ตันจำเลย พ.ร.บ.ควบคุมค่าเช่าในภาวะคับขัน พ.ศ.2489 ป.พ.พ. ม. 537, ม. 1336 ป.วิ.พ. ม. 84การพิจารณาว่าสิ่งปลูกสร้างใดเป็นเคหะตามความหมายแห่ง พ.ร.บ.ควบคุมค่าเช่า ฯหรือไม่นั้นจะดูแต่เพียงผู้เช่าอาศัยอยู่ในสิ่งปลูกสร้างนั้นหรือไม่แต่อย่างเดียวยังหาเพียงพอกับความประสงค์ของกฎหมายไม่ แต่จะต้องพิจารณาถึงเจตนาของคู่กรณีในเวลาทำสัญญากัน ประกอบกับเหตุผลแวดล้อมอื่น ๆ เช่นสภาพของสิ่งปลูกสร้าง อัตราค่าเช่า ทำเลที่ตั้งสิ่งปลูกสร้างและการปฏิบัติของคู่สัญญาแต่ละฝ่ายประกอบกันว่า การเช่าสิ่งปลูกสร้างนั้น เพื่อใช้เป็นที่อยู่อาศัยหรือไม่ (อ้างฎีกาที่ 1099-1147/2491) การเช่าจะอยู่ในความคุ้มครองตามพ.ร.บ.ควบคุมค่าเช่าหรือไม่นั้น เป็นหน้าที่ของผู้เช่าจะต้องนำสืบแสดงเมื่อตามฟ้องคำให้การและคำแถลงรับรองของคู่ความไม่เพียงพอที่จะชี้ว่าทรัพย์รายนี้เป็นเคหะตาม พ.ร.บ.ควบคุมค่าเช่าเมื่อผู้เช่าไม่ติดใจสืบพะยาน ผู้เช่าก็ต้องแพ้คดี โจทก์ฟ้องเรียกค่าเสียหายในคดีฟ้องขับไล่จำเลยออกจากห้องเช่า โดยเรียกค่าเสียหายเป็นรายเดือน ๆ ละ 100 บาท คดีได้ความว่าจำเลยเช่าตึกรายนี้มีค่าเช่าเดือนละ 80 บาท ฉะนั้นเมื่อโจทก์บอกเลิกสัญญาเช่าต่อจำเลยโดยชอบแล้วจำเลยไม่ยอมออกไป โจทก์ย่อมต้องเสียหาย ศาลก็เห็นสมควรกำหนดค่าเสียหายให้เดือนละ 80 บาทได้โจทก์ฟ้องว่า จำเลยได้เช่าตึกแถวของโจทก์ ๑ หลัง สัญญาเช่าได้สิ้นอายุ โจทก์บอกเลิกสัญญากับจำเลยแล้ว จำเลยไม่ยอมออก จึงขอให้ขับไล่ และให้จำเลยใช้ค่าเสียหายสำหรับเงินกินเปล่า ซึ่งโจทก์ควรจะได้ ๕๐๐๐ บาท และค่าเช่า ๒ เดือน ๆ ละ ๑๐๐ บาทซึ่งมีผู้มาขอเช่าจำเลยต่อสู้ว่า ห้องที่จำเลยเช่าเพื่อเป็นที่อยู่อาศัย ย่อ