ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมายคำพิพากษาศาลฎีกาที่ 7616/2543พนักงานอัยการจังหวัดนครศรีธรรมราชโจทก์นายสุชาติ พงศ์สุวรรณ กับพวกจำเลย ป.วิ.อ. ม. 198, ม. 216 พ.ร.บ.วิธีดำเนินการคุมความประพฤติตามประมวลกฎหมายอาญา พ.ศ.2522 ม. 17 วรรคสองศาลชั้นต้นลงโทษจำคุกจำเลยที่ 4 มีกำหนด 1 ปี แต่โทษจำคุกให้รอการลงโทษไว้มีกำหนด 2 ปี และคุมความประพฤติโดยกำหนดเงื่อนไขเพื่อคุมความประพฤติของจำเลยที่ 4 ไว้ 1 ปี ต่อมาจำเลยที่ 4 ไม่ปฏิบัติตามเงื่อนไขศาลชั้นต้นได้มีคำสั่งให้ลงโทษจำคุกที่รอไว้แก่จำเลยที่ 4 และศาลอุทธรณ์ภาค 8 พิพากษายืน คำพิพากษาศาลอุทธรณ์ภาค 8 จึงเป็นอันถึงที่สุด ตาม พ.ร.บ. วิธีดำเนินการคุมความประพฤติตามประมวลกฎหมายอาญา พ.ศ. 2522 มาตรา 17 วรรคสอง จำเลยที่ 4 จะฎีกาต่อมาไม่ได้ แม้ผู้พิพากษาซึ่งพิจารณาและลงชื่อในคำสั่งศาลชั้นต้นจะอนุญาตให้จำเลยที่ 4 ฎีกาในปัญหาข้อเท็จจริงก็หาทำให้คดีของจำเลยที่ 4 ซึ่งถึงที่สุดแล้วเปลี่ยนแปลงเป็นไม่ถึงที่สุดไปได้คดีสืบเนื่องมาจากศาลชั้นต้นพิพากษาว่าจำเลยทั้งสองมีความผิดตามพระราชบัญญัติยาเสพติดให้โทษ พ.ศ. ๒๕๒๒ ศาลชั้นต้นมีคำสั่งว่า จำเลยที่ ๔ ไม่ไปรายงานตัวต่อพนักงานคุมประพฤติตามกำหนดนัด ทั้งยังไปเกี่ยวข้องกับยาเสพติดให้โทษอีก เป็นการผิดเงื่อนไขเพื่อคุมความประพฤติของจำเลยที่ ๔ จึงให้ลงโทษจำคุกที่รอไว้แก่จำเลยที่ ๔ มีกำหนด ๑ ปี จำเลยที่ ๔ อุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์ภาค ๘ พิพากษายืน จำเลยที่ ๔ ฎีกา โดยผู้พิพากษาซึ่งพิจารณาและลงชื่อในคำสั่งศาลชั้นต้นอนุญาตให้ฎีกาในปัญหาข้อเท็จจริง ศาลฎีกาวินิจฉัยแล้ว เห็นว่า คดีนี้ ศาลชั้นต้นลงโทษจำคุกจำเลยที่ ๔ มีกำหนด ๑ ปี แต่โทษจำคุกให้รอการ ลงโทษไว้มีกำหนด ๒ ปี และคุมความประพฤติของจำเลยที่ ๔ ไว้ ๑ ปี ต่อมาจำเลยที