เงินผลตอบแทนที่จ่ายเป็นรายเดือนแน่นอนโดยไม่เกี่ยวข้องกับค่าใช้จ่ายจริง ถือเป็นค่าจ้างตามกฎหมายแรงงาน
เงินที่จ่ายเพื่อตอบแทนการทำงานในเวลาทำงานปกติในอัตราที่แน่นอนเท่ากันทุกเดือน ถือเป็นค่าจ้าง ไม่ใช่สวัสดิการ
พิพากษายืน ให้จำเลยจ่ายสินจ้างแทนการบอกกล่าวล่วงหน้า 15,000 บาท และค่าชดเชย 15,000 บาท พร้อมดอกเบี้ยอัตราร้อยละ 7.5 ต่อปี นับแต่วันที่ 6 พฤษภาคม 2541 จนกว่าจะชำระเสร็จ
โจทก์ได้รับเงินเดือน 65,000 บาท และเงินผลตอบแทนอีกเดือนละ 15,000 บาท โดยจำเลยไม่จัดรถยนต์หรือค่าใช้จ่ายด้านรถยนต์ให้ และเงินผลตอบแทนต้องนำรวมเป็นรายได้เพื่อเสียภาษี
ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมายคำพิพากษาศาลฎีกาที่ 6689/2542นาย ชวนะ ปูคะวนัชโจทก์บริษัท เงินทุนหลักทรัพย์ คัน ทรี่ จำกัดจำเลย ป.พ.พ. ม. 575 พ.ร.บ.คุ้มครองแรงงาน พ.ศ.2541 ม. 5 ประกาศกระทรวงมหาดไทย เรื่อง การคุ้มครองแรงงาน ข้อ 2ตามสัญญาจ้างแรงงาน จำเลยตกลงจ่ายเงินเดือนเดือนละ65,000 บาท และเงินผลตอบแทนอีกเดือนละ 15,000 บาท ให้แก่โจทก์โดยจำเลยไม่จัดรถยนต์และค่าใช้จ่ายใดทางด้านรถยนต์ให้โจทก์ แต่เงินผลตอบแทนดังกล่าวต้องนำรวมเข้าเสมือนเป็นรายได้ที่ได้รับเพิ่มขึ้นในแต่ละเดือน เงินที่จำเลยจ่ายให้โจทก์อีกเดือนละ 15,000 บาท จึงเป็นเงินที่จำเลยจ่ายเพื่อตอบแทนการทำงานในเวลาทำงานปกติของวันทำงานของโจทก์ในอัตราที่แน่นอนเท่ากันทุกเดือน ทำนองเดียวกับเงินเดือน เงินผลตอบแทนที่จำเลยจ่ายแก่โจทก์ดังกล่าวจึงเป็นค่าจ้างโจทก์ฟ้องว่า เมื่อวันที่ 17 กุมภาพันธ์ 2540 โจทก์เข้าทำงานเป็นลูกจ้างจำเลย ตำแหน่งผู้อำนวยการฝ่ายกฎหมาย ได้รับค่าจ้างอัตราสุดท้ายเดือนละ 65,000 บาท และค่าพาหนะเดือนละ 15,000 บาท ต่อมาวันที่ 24 พฤศจิกายน 2540 จำเลยมีหนังสือเลิกจ้างโดยให้มีผลตั้งแต่วันที่ 1 ธันวาคม 2540และจำเลยได้จ่ายสินจ้างแทนการบอกกล่าวล่วงหน้าพร้อมค่าชดเชยแก่โจทก์เพียง 130,000 บาท ส่วนที่ขาดอีก 30,000 บาท จำเลยไม่ชำระ ขอให้บังคับจำเลยจ่ายค่าชดเชยเป็นเงิน 30,000 บาท พร้อมดอกเบี้ยอัตราร้อยละ 15 ต่อปี นับแต่วันผิดนัดคือวันที่ 1 ธันวาคม 2540 จนกว่าจะชำระเสร็จแก่โจทก์จำเลยให้การต่อสู้คดี ขอให้ยกฟ้องศาลแรงงานกลางวินิจฉัยว่า ตั้งแต่เดือนมีนาคม 2540 ถึงเดือนพฤศจิกายน 2540จำเลยจ่ายค่าจ้างแก่โจทก์เดือนละ 65,000 บาท และเงินอื่นอีกเดือนละ 15,000 บาทโดยจำเลยไม่จัดรถยนต์และค่าใช้จ่ายใด ๆ ในด้านรถยนต์ให้โจทก์ ซึ่งโจทก์ก็ได้รั