ฎีกาที่ คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 955/2529

ประเด็นกฎหมาย

การเลิกจ้างลูกจ้างโดยมีเหตุตามข้อบังคับเกี่ยวกับการทำงาน แต่ไม่เข้าข้อยกเว้นตาม ป.พ.พ. มาตรา 583 นายจ้างต้องจ่ายสินจ้างแทนการบอกกล่าวล่วงหน้า และการพิ

หลักกฎหมาย

ประกาศกระทรวงมหาดไทย ข้อ 47 ใช้บังคับสำหรับกรณีที่มีการเลิกจ้างแล้วนายจ้างจะต้องจ่ายค่าชดเชยหรือไม่ ส่วนนายจ้างมีสิทธิเลิกจ้างลูกจ้างได้หรือไม่ ต้องพิจารณาตามข้อบังคับหรือระเบียบเกี่ยวกับการทำงาน ซึ่งเป็นข้อตกลงเกี่ยวกับสภาพการจ้างแต่ละสถานประกอบการเป็นราย ๆ ไป การกระทำของลูกจ้างแม้มีเหตุสมควรที่จะเ

คำวินิจฉัย

พิพากษาแก้เป็นว่า ให้จำเลยชำระดอกเบี้ยสำหรับเงินต้นค่าชดเชยในอัตราที่ศาลแรงงานกลางมีคำพิพากษา ทั้งนี้โดยให้นับแต่วันฟ้องจนกว่าจะชำระเงินเสร็จแก่โจทก์ นอกจากที่แก้ให้เป็นไปตามคำพิพากษาศาลแรงงานกลาง

ข้อเท็จจริงสำคัญ

โจทก์เป็นลูกจ้างของจำเลย ถูกเลิกจ้างเนื่องจากเงินขาดหายไป 1,000 บาท ขณะโจทก์เป็นผู้นับเงินเพียงผู้เดียว ศาลแรงงานกลางพิพากษาให้จำเลยจ่ายสินจ้างแทนการบอกกล่าวล่วงหน้า 4,770 บาท ค่าชดเชย 28,620 บาท พร้อมดอกเบี้ยอัตราร้อยละเจ็ดครึ่งต่อปี โดยดอกเบี้ยค่าชดเชยให้ชำระตั้งแต่วันเลิกจ้าง ส่วนสินจ้างแทนการบอก

กฎหมายที่เกี่ยวข้อง

เนื้อหาคำพิพากษา (บางส่วน)

ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมายคำพิพากษาศาลฎีกาที่ 955/2529นาง สุปราณี เดช สกุลโจทก์องค์การตลาดเพื่อเกษตรกรจำเลย ป.พ.พ. ม. 583 พ.ร.บ.แรงงานสัมพันธ์ พ.ศ.2518 พ.ร.บ.จัดตั้งศาลแรงงานและวิธีพิจารณาคดีแรงงาน พ.ศ.2522 ประกาศกระทรวงมหาดไทย เรื่องการคุ้มครองแรงงานข้อ 47ใช้บังคับสำหรับกรณีที่มีการเลิกจ้างกันแล้วนายจ้างจะต้องจ่ายค่าชดเชยให้แก่ลูกจ้างหรือไม่ ส่วนนายจ้างจะมีสิทธิเลิกจ้างลูกจ้างได้หรือไม่ ย่อมต้องพิจารณาตามข้อบังคับหรือระเบียบเกี่ยวกับการทำงาน ซึ่งเป็นข้อตกลงเกี่ยวกับสภาพการจ้างแต่ละสถานประกอบการเป็นราย ๆ ไป การกระทำของลูกจ้างแม้มีเหตุสมควรที่จะเลิกจ้างได้ตามข้อบังคับหรือระเบียบวินัยเกี่ยวกับการทำงานแต่ถ้าไม่เข้าข้อยกเว้นที่จะไม่ต้องบอกกล่าวล่วงหน้าตามที่กำหนดไว้ใน ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 583นายจ้างจะต้องจ่ายสินจ้างแทนการบอกกล่าวล่วงหน้า โจทก์ฟ้องขอให้จำเลยชำระดอกเบี้ยในค่าชดเชยตั้งแต่วันฟ้องการที่ศาลแรงงานกลางพิพากษาให้จำเลยชำระดอกเบี้ยสำหรับเงินต้นค่าชดเชยตั้งแต่วันเลิกจ้างโดยที่ไม่ปรากฏเหตุใด ๆ เพื่อความเป็นธรรมจึงเป็นการเกินคำขอศาลแรงงานกลางพิพากษาให้จำเลยจ่ายสินจ้างแทนการบอกกล่าวล่วงหน้า 4,770 บาท ค่าชดเชย 28,620 บาท กับให้จำเลยชำระดอกเบี้ยสำหรับเงินต้นสองจำนวนในอัตราร้อยละเจ็ดครึ่งต่อปีสำหรับค่าชดเชยให้ชำระตั้งแต่วันเลิกจ้าง ส่วนสินจ้างแทนการบอกกล่าวล่วงหน้าให้นับแต่วันฟ้องจนกว่าจะชำระเงินสองสำนวนนั้นเสร็จแก่โจทก์ คำขออื่นนอกจากนี้ให้ยกโจทก์และจำเลยต่างอุทธรณ์ต่อศาลฎีกาศาลฎีกาแผนกคดีแรงงานวินิจฉัยข้อกฎหมายว่า "โจทก์อุทธรณ์ว่า เมื่อศาลแรงงานกลางวินิจฉัยว่า โจทก์ไม่มีความผิดตามประกาศกระทรวงมหาดไทย เรื่อง การคุ้มครองแรงงาน ข้อ 47เสียแล้ว กรณีจึงไม่ต้องด