สัญญากู้เงินที่ปิดอากรแสตมป์ไม่ครบถ้วน ไม่อาจใช้เป็นพยานหลักฐานในคดีแพ่งได้
สัญญากู้เงินที่ปิดอากรแสตมป์ไม่บริบูรณ์ ไม่อาจใช้เป็นพยานหลักฐานในคดีแพ่งได้ ส่งผลให้โจทก์ไม่มีหลักฐานการกู้ยืมเป็นหนังสือตาม ป.พ.พ. มาตรา 653 วรรคหนึ่ง จึงไม่อาจฟ้องร้องบังคับคดีได้
โจทก์ไม่อาจฟ้องร้องบังคับคดีได้ตามกฎหมาย
โจทก์ฟ้องเรียกหนี้เงินกู้ 200,000 บาท จำเลยต่อสู้ว่าไม่ได้กู้เงิน สัญญากู้เงินปิดอากรแสตมป์เพียง 50 บาท จากที่ต้องปิด 100 บาท
ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมายคำพิพากษาศาลฎีกาที่ 3226/2542นายวรวิทย์ วัฒนสันติพงศ์โจทก์นายสุรเชษฐ์หรือสุเชษฐ์ นันทองจำเลย ป.รัษฎากร ม. 118 ป.พ.พ. ม. 653 ป.วิ.พ. ม. 84, ม. 183 บัญชีอัตราอากรแสตมป์ท้ายประมวลรัษฎากร ปัญหาว่าสัญญากู้เงินฉบับพิพาทไม่ได้ปิดอากรแสตมป์ให้ถูกต้องครบถ้วนและขีดฆ่า จึงไม่อาจรับฟังเป็นพยานหลักฐานได้ เป็นปัญหาเกี่ยวกับความสงบเรียบร้อยของประชาชน แม้จำเลยมิได้ยกขึ้นต่อสู้ไว้ในคำให้การจำเลยก็ยกขึ้นฎีกาได้ โจทก์ฟ้องขอให้บังคับจำเลยชำระหนี้เงินกู้พร้อมดอกเบี้ย จำเลยให้การว่า จำเลยไม่เคยกู้เงินโจทก์ จำเลยลงลายมือชื่อในช่องผู้กู้ในสัญญากู้เงินที่ยังไม่กรอกข้อความให้โจทก์ไว้เพื่อประกันหนี้ค่าหวยเถื่อนที่จำเลยซื้อจากโจทก์ สัญญากู้เงินเป็นสัญญาปลอม ดังนี้ เป็นกรณีที่จำเลยต่อสู้คดีว่าจำเลยไม่ได้กู้เงินจากโจทก์โจทก์จึงมีหน้าที่ต้องนำสืบให้เห็นตามข้ออ้างตามคำฟ้องว่าจำเลยกู้เงินจากโจทก์ไปจริง เมื่อโจทก์ต้องอาศัยเอกสารสัญญากู้เงินเป็นพยานหลักฐาน ซึ่งสัญญากู้เงินที่โจทก์อ้างมีลักษณะเป็นตราสารต้องปิดอากรแสตมป์ 1 บาท ต่อทุกจำนวนเงิน2,000 บาท หรือเศษของ 2,000 บาท แห่งยอดเงินกู้ยืม ตามบัญชีอัตราอากรแสตมป์ท้าย ป.รัษฎากร โดยที่ยอดเงินกู้ตามสัญญากู้เงินดังกล่าวมีจำนวน 200,000 บาทจึงต้องปิดอากรแสตมป์ 100 บาท แต่ในสัญญาปรากฏว่าปิดอากรแสตมป์เพียง 50 บาทถือว่าสัญญากู้เงินนี้ปิดอากรแสตมป์ไม่บริบูรณ์ ไม่อาจใช้เป็นพยานหลักฐานในคดีแพ่งได้เท่ากับว่าโจทก์ไม่มีหลักฐานการกู้ยืมเป็นหนังสือ ป.พ.พ.มาตรา 653 วรรคหนึ่ง ดังนี้โจทก์ย่อมไม่อาจฟ้องร้องบังคับคดีได้ตามกฎหมาย(สุวัตร์ สุขเกษม-จรัญ หัตถกรรม-ชนะ ภาสกานนท์)ศาลจังหวัดบุรีรัมย์ - นางสุวิมล ทัสสโรศาลอุทธรณ์ภาค ๑ - นายสม