ฎีกาที่ คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 3879/2542

ประเด็นกฎหมาย

ปัญหาว่าพนักงานอัยการมีอำนาจฟ้องหรือไม่ และการพิพากษาลงโทษจำเลยชอบหรือไม่

หลักกฎหมาย

เมื่อจำเลยให้การรับสารภาพและไม่มีข้อเท็จจริงว่าจำเลยมิได้กระทำผิดหรือมีเหตุอื่นที่จำเลยไม่ควรรับโทษ การพิพากษาลงโทษจำเลยชอบแล้ว แม้ปัญหาเรื่องอำนาจฟ้องเป็นปัญหาข้อกฎหมายเกี่ยวกับความสงบเรียบร้อยที่ยกขึ้นในชั้นฎีกาได้ แต่ต้องอาศัยข้อเท็จจริงจากศาลชั้นต้น ซึ่งเอกสารที่จำเลยแนบมาไม่เพียงพอให้วินิจฉัยว่

คำวินิจฉัย

ศาลฎีกาพิพากษายืนตามศาลล่างทั้งสองที่พิพากษาว่าจำเลยมีความผิดและลงโทษจำเลย

ข้อเท็จจริงสำคัญ

โจทก์ฟ้องด้วยวาจาต่อศาลแขวงขอให้ลงโทษจำเลยตาม พ.ร.บ.รับราชการทหาร พ.ศ.2497 มาตรา 27, 45 จำเลยให้การรับสารภาพตามฟ้อง โดยมิได้ยกข้อเท็จจริงว่าพนักงานสอบสวนสอบสวนในความผิดฐานอื่น จำเลยแนบเอกสารเกี่ยวกับการสอบสวนในความผิดฐานอื่นมาท้ายฎีกา แต่ศาลเห็นว่าข้อเท็จจริงไม่เพียงพอ

กฎหมายที่เกี่ยวข้อง

เนื้อหาคำพิพากษา (บางส่วน)

ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมายคำพิพากษาศาลฎีกาที่ 3879/2542พนักงานอัยการ สำนักงานอัยการสูงสุดโจทก์นายรัฐกร กัณหะกาญจนะจำเลย ป.วิ.อ. ม. 15, ม. 120, ม. 176, ม. 185, ม. 195 ป.วิ.พ. ม. 249 พ.ร.บ.รับราชการทหาร พ.ศ.2497 ม. 27, ม. 44, ม. 45 พ.ร.บ.จัดตั้งศาลแขวงและวิธีพิจารณาความอาญาในศาลแขวง พ.ศ.2499 โจทก์ฟ้องด้วยวาจาขอให้ลงโทษจำเลยตาม พ.ร.บ.รับราชการทหาร พ.ศ.2497 มาตรา 27, 45 จำเลยให้การรับสารภาพว่า กระทำความผิดตามที่โจทก์ฟ้อง โดยมิได้ยกข้อเท็จจริงขึ้นกล่าวอ้างว่าพนักงานสอบสวนได้ทำการสอบสวนจำเลยในความผิดฐานอื่น มิใช่ข้อหาความผิดที่โจทก์ฟ้อง ข้อเท็จจริงจึงรับฟังเป็นยุติว่าจำเลยได้กระทำความผิดตามฟ้อง และกรณีไม่มีปัญหามาสู่การวินิจฉัยของศาลชั้นต้นว่าพนักงานสอบสวนมิได้สอบสวนจำเลยในข้อหาที่โจทก์ฟ้องหรือไม่ แม้ปัญหาเรื่องอำนาจฟ้องของโจทก์จะเป็นปัญหาข้อกฎหมายที่เกี่ยวกับความสงบเรียบร้อยซึ่งจำเลยมีสิทธิยกขึ้นอ้างในชั้นฎีกาได้ ตาม ป.วิ.อ.มาตรา 195 วรรคสอง ประกอบด้วย พ.ร.บ.จัดตั้งศาลแขวงและวิธีพิจารณาความอาญาในศาลแขวง พ.ศ.2499 มาตรา 4 ก็ตาม แต่การวินิจฉัยปัญหาข้อกฎหมายดังกล่าวจำเป็นต้องอาศัยข้อเท็จจริงที่ได้มาจากการดำเนินกระบวนพิจารณาโดยชอบในศาลชั้นต้น แม้จำเลยจะแนบสำเนาเอกสารบันทึกคำให้การของผู้กล่าวหา คำให้การของผู้ต้องหา รวมทั้งสำเนาหนังสือของสำนักงานเขตที่แจ้งให้เจ้าพนักงานตำรวจดำเนินคดีแก่จำเลย ในความผิดฐานไม่ไปแสดงตนเพื่อรับหมายเรียกที่อำเภอท้องที่ซึ่งเป็นภูมิลำเนาทหารของจำเลย อันเป็นความผิดตาม พ.ร.บ.รับราชการทหารพ.ศ.2497 มาตรา 25 และ 44 มากับคำฟ้องฎีกา แต่ข้อเท็จจริงตามเอกสารดังกล่าวไม่เพียงพอให้วินิจฉัยว่า พนักงานสอบสวนมิได้ทำการสอบสวนจำเลยในความผิดที่โจทก์ฟ้อง ฎีกาของจำเล