ปัญหาข้อกฎหมายเกี่ยวกับการแปลงหนี้ใหม่ การคิดดอกเบี้ยของสถาบันการเงิน และการสละอายุความ
การลดยอดหนี้และการเพิ่มผู้ร่วมรับผิดโดยไม่เปลี่ยนตัวลูกหนี้ไม่เป็นการแปลงหนี้ใหม่ ความรับผิดของลูกหนี้เดิมยังคงอยู่ สถาบันการเงินมีสิทธิคิดดอกเบี้ยตามประกาศธนาคารแห่งประเทศไทย โดยไม่อยู่ภายใต้บังคับ ป.พ.พ. มาตรา 654 และการที่ลูกหนี้ไม่ยกอายุความขึ้นต่อสู้และยอมชำระหนี้บางส่วนถือเป็นการสละอายุความตาม
จำเลยที่ 1 ต้องรับผิดต่อโจทก์ในยอดเงินจำนวน 4,246,622 บาท พร้อมดอกเบี้ยอัตราร้อยละ 19.5 ต่อปี ของต้นเงินจำนวน 3,623,313 บาท นับแต่วันทำหนังสือรับสภาพหนี้เป็นต้นไป
โจทก์เป็นสถาบันการเงิน ให้จำเลยที่ 1 กู้ยืมเงิน โดยคิดดอกเบี้ยร้อยละ 21 ต่อปี ต่อมาจำเลยที่ 1 ทำหนังสือรับสภาพหนี้ โดยโจทก์ลดดอกเบี้ยเหลือร้อยละ 19.5 ต่อปี และให้จำเลยที่ 2 เข้าร่วมรับผิดบางส่วนเพื่อให้โจทก์ถอนคำขอรับชำระหนี้ในคดีล้มละลาย จำเลยที่ 1 ไม่ได้ยกอายุความดอกเบี้ยค้างชำระเกิน 5 ปีขึ้นต่อสู
ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมายคำพิพากษาศาลฎีกาที่ 6525/2542บริษัทเงินทุนหลักทรัพย์มหาสมุทร จำกัดโจทก์นายสาธิต พวงกำมลาสน์จำเลย ป.พ.พ. ม. 11, ม. 171, ม. 193/24, ม. 349, ม. 368, ม. 654 พ.ร.บ.การประกอบธุรกิจเงินทุน ธุรกิจหลักทรัพย์ และธุรกิจเครดิตฟองซิเอร์ พ.ศ.2522 , ม. 30 (2)โจทก์กับจำเลยที่ 1 ไม่ได้ตกลงแปลงหนี้ใหม่ โดยโจทก์เพียงลดยอดหนี้ให้จำเลยที่ 1 และโจทก์มิได้เปลี่ยนตัวลูกหนี้จากจำเลยที่ 1 มาเป็นจำเลยที่ 2 หากแต่เพิ่มให้จำเลยที่ 2 เข้ามาร่วมรับผิดในหนี้เดิมส่วนหนึ่งเพื่อให้โจทก์ถอนคำขอรับชำระหนี้จากกองทรัพย์สินของจำเลยที่ 1 ในคดีล้มละลายเท่านั้นความรับผิดของจำเลยที่ 1 ในมูลหนี้เดิมจึงยังไม่ระงับไป โจทก์เป็นสถาบันการเงิน มีสิทธิคิดดอกเบี้ยตามประกาศธนาคารแห่งประเทศไทย ซึ่งออกโดยอาศัยอำนาจตาม พ.ร.บ.การประกอบธุรกิจเงินทุนธุรกิจหลักทรัพย์และธุรกิจเครดิตฟองซิเอร์ พ.ศ. 2522 มาตรา 30 (2) กรณีจึงไม่อยู่ในบังคับตาม ป.พ.พ.มาตรา 654 แม้ตามสัญญากู้ยืมจำเลยที่ 1 จะยอมเสียดอกเบี้ยอัตราร้อยละ 21 ต่อปี ซึ่งโจทก์มีสิทธิคิดดอกเบี้ยอัตรานี้ได้ตามประกาศของธนาคารแห่งประเทศไทย แต่ต่อมาจำเลยที่ 1 ทำหนังสือรับสภาพหนี้ให้ไว้แก่โจทก์โดยโจทก์ยอมคิดดอกเบี้ยอัตราร้อยละ 19.5 ต่อปี โจทก์จึงมีสิทธิคิดได้เพียงอัตรานี้แม้ตามสัญญาจำนองจะกำหนดดอกเบี้ยไว้อัตราร้อยละ 21 ต่อปี แต่หนี้ตามสัญญาจำนองเป็นเพียงหนี้อุปกรณ์ เมื่อต่อมาโจทก์คิดดอกเบี้ยหนี้กู้ยืมซึ่งเป็นหนี้ประธานได้เพียงอัตราร้อยละ 19.5 ต่อปี โจทก์จึงไม่อาจคิดดอกเบี้ยตามสัญญาจำนองให้สูงกว่าอัตรานี้ได้ ตามหนังสือรับสภาพหนี้ จำเลยที่ 1 รับว่ายังค้างชำระหนี้ต้นเงินจำนวน 3,623,313 บาท กับดอกเบี้ยจำนวน 623,309 บาท รวม 4,246,622 บาทจำเลยที่