ฎีกาที่ คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2223/2529

ประเด็นกฎหมาย

การลางานด้วยวาจาและจัดหาคนทำงานแทนตามที่ปฏิบัติกันมา แม้ไม่เป็นไปตามระเบียบข้อบังคับ ถือว่าไม่เป็นการละทิ้งหน้าที่โดยไม่มีเหตุอันสมควร

หลักกฎหมาย

แม้ระเบียบข้อบังคับจะกำหนดให้ต้องยื่นใบลา แต่หากในทางปฏิบัติจำเลยยอมรับการลาด้วยวาจาและจัดหาคนทำงานแทนโดยไม่ถือเคร่งครัดตามระเบียบ การกระทำดังกล่าวไม่ถือเป็นการละทิ้งหน้าที่โดยไม่มีเหตุอันสมควร

คำวินิจฉัย

ศาลฎีกาพิพากษายืนตามศาลแรงงานกลาง ให้จำเลยจ่ายสินจ้างแทนการบอกกล่าวล่วงหน้า 2,659 บาท และค่าชดเชย 22,800 บาท แก่โจทก์

ข้อเท็จจริงสำคัญ

โจทก์ป่วยเป็นโรคจอประสาทตาเสื่อม ไม่ได้ไปทำงานบางวันรวม 30 วัน โดยไม่ได้ยื่นใบลาแต่ได้บอกลาด้วยวาจาต่อหัวหน้างานและจัดหาคนมาทำงานแทนทุกครั้ง ซึ่งเป็นวิธีปฏิบัติที่จำเลยยอมรับตลอดมา

กฎหมายที่เกี่ยวข้อง

เนื้อหาคำพิพากษา (บางส่วน)

ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมายคำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2223/2529นาย เต็กจุ้ย แซ่เล้าโจทก์บริษัท หนังสือพิมพ์ ศิริ นคร จำกัดจำเลย ป.พ.พ. ม. 583 ประกาศกระทรวงมหาดไทย เรื่อง การคุ้มครองแรงงาน ข้อ 47แม้ตามระเบียบข้อบังคับของจำเลยจะกำหนดให้พนักงานซึ่งไม่มาทำงานหรือเจ็บป่วยไม่สามารถมาทำงานได้ จะต้องยื่นใบลาก็ตาม แต่ในทางปฏิบัติแล้ว กรณีโจทก์เจ็บป่วยหรือไม่มาทำงานโจทก์ก็เพียงแต่ขอลาด้วยวาจาต่อหัวหน้าและจัดหา คนมาทำงานแทนก็เป็นอันใช้ได้ แสดงว่าจำเลยไม่ได้ถือ เคร่งครัดตามระเบียบข้อบังคับ การที่โจทก์ไม่มาทำงานเป็น เวลา 3 วันติดต่อกัน แต่ขอลาด้วยวาจาและจัดหาคนมาทำงานแทน จึงถือไม่ได้ว่าเป็นการละทิ้งหน้าที่ โดยไม่มีเหตุอันสมควร เมื่อจำเลยเลิกจ้างโจทก์ จึงต้องจ่ายค่าชดเชยและสินจ้าง แทนการบอกกล่าวล่วงหน้าแก่โจทก์ศาลแรงงานกลางพิพากษาให้จำเลยจ่ายสินจ้างแทนการบอกกล่าวล่วงหน้าเป็นเงิน 2,659 บาท และค่าชดเชยเป็นเงิน22,800 บาท แก่โจทก์ จำเลยอุทธรณ์ต่อศาลฎีกาศาลฎีกาแผนกคดีแรงงานวินิจฉัยข้อกฎหมายว่า "ได้ความว่าจำเลยเป็นเจ้าของหนังสือพิมพ์รายวันภาษาจีน โจทก์เข้าทำงานเป็นลูกจ้างประจำของจำเลยตั้งแต่ปี 2518 ทำหน้าที่ตรวจปรู๊ฟได้รับค่าจ้างอัตราสุดท้ายเดือนละ 3,800 จ่ายค่าจ้างทุกวันที่15 และทุกวันสิ้นเดือน ระหว่างเดือนพฤษภาคม 2528 ถึงวันที่25 กันยายน 2528 ซึ่งเป็นวันที่จำเลยเลิกจ้างโจทก์นั้น โจทก์ไม่ได้ไปทำงานเป็นบางวันซึ่งบางช่วงเกินเวลา 3 วันทำงานติดต่อกันรวมเป็นเวลา 30 วัน ทั้งนี้เนื่องจากโจทก์ป่วยเป็นโรคจอประสาทตาเสื่อมต้องไปให้แพทย์ตรวจรักษาที่โรงพยาบาลและพักรักษาตัวโดยโจทก์ไม่ได้ยื่นใบลาตามระเบียบข้อบังคับของจำเลย แต่โจทก์ได้บอกลาด้วยวาจาต่อหัวหน้างานและจัดหาคนงานมาทำงานแทนทุกครั้งซึ่งถือปฏิบัติเช