การเปลี่ยนแปลงสถานะของเมทแอมเฟตามีนจากวัตถุออกฤทธิ์เป็นยาเสพติดให้โทษ ไม่ทำให้ความผิดฐานครอบครองสิ้นสุดลง และต้องใช้กฎหมายที่เป็นคุณแก่จำเลยในการลงโทษ
การเปลี่ยนแปลงสถานะของเมทแอมเฟตามีนจากวัตถุออกฤทธิ์เป็นยาเสพติดให้โทษ ไม่ได้ยกเลิกความผิดฐานครอบครอง จำเลยยังคงมีความผิด และต้องใช้กฎหมายที่เป็นคุณแก่จำเลยตาม ป.อ. มาตรา 3 คือ พ.ร.บ.ยาเสพติดให้โทษ พ.ศ.2522 มาตรา 67 ส่วนการริบของกลางไม่อาจริบตาม พ.ร.บ.วัตถุที่ออกฤทธิ์ฯ มาตรา 116 ได้ แต่ริบได้ตาม ป.อ.
จำเลยมีความผิดฐานมีเมทแอมเฟตามีนไว้ในครอบครอง ต้องรับโทษตาม พ.ร.บ.ยาเสพติดให้โทษ พ.ศ.2522 มาตรา 67 และริบของกลางตาม ป.อ. มาตรา 32
จำเลยมีเมทแอมเฟตามีนไว้ในครอบครอง โจทก์ฟ้องตาม พ.ร.บ.วัตถุที่ออกฤทธิ์ฯ ต่อมามีประกาศกระทรวงสาธารณสุขให้เมทแอมเฟตามีนเป็นยาเสพติดให้โทษประเภท 1
ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมายคำพิพากษาศาลฎีกาที่ 799/2542พนักงานอัยการจังหวัดชัยภูมิโจทก์นายสุพจน์ พงษ์จตุราจำเลย ป.อ. ม. 3, ม. 32 พ.ร.บ.วัตถุที่ออกฤทธิ์ต่อจิตและประสาท พ.ศ.2518 ม. 66, ม. 102, ม. 106 ทวิ พ.ร.บ.ยาเสพติดให้โทษ พ.ศ.2522 ม. 67 ประกาศกระทรวงสาธารณสุข ฉบับที่ 97 (พ.ศ.2539) ประกาศกระทรวงสาธารณสุข ฉบับที่ 135 (พ.ศ.2539) เรื่อง ระบุชื่อและประเภทยาเสพติดให้โทษ จำเลยมีเมทแอมเฟตามีนของกลางไว้ในความครอบครองและโจทก์ฟ้องขอให้ลงโทษจำเลยตาม พ.ร.บ.วัตถุที่ออกฤทธิ์ต่อจิตและประสาทพ.ศ.2518 เมื่อประกาศกระทรวงสาธารณสุข ฉบับที่ 97 (พ.ศ. 2539) ซึ่งออกตามความใน พ.ร.บ.วัตถุที่ออกฤทธิ์ต่อจิตและประสาท พ.ศ.2518 และประกาศกระทรวงสาธารณสุข ฉบับที่ 135 (พ.ศ.2539) ซึ่งออกตามความใน พ.ร.บ.ยาเสพติดให้โทษ พ.ศ.2522 มีผลเป็นเพียงให้เมทแอมเฟตามีนถูกเพิกถอนจากการเป็นวัตถุออกฤทธิ์ในประเภท 2 มาเป็นยาเสพติดให้โทษในประเภท 1 เท่านั้น โดยไม่มีบทกฎหมายใดบัญญัติยกเลิกความผิดฐานมีเมทแอมเฟตามีนไว้ในครอบครอง ฉะนั้นจำเลยจึงยังมีความผิดและต้องรับโทษฐานมีเมทแอมเฟตามีนไว้ในครอบครองอยู่ส่วนจะต้องรับโทษตาม พ.ร.บ.วัตถุที่ออกฤทธิ์ต่อจิตและประสาทหรือตาม พ.ร.บ.ยาเสพติดให้โทษ ย่อมเป็นเรื่องกฎหมายที่ใช้ในขณะกระทำผิดแตกต่างกับกฎหมายที่ใช้ในภายหลังการกระทำผิด ซึ่งต้องใช้กฎหมายในส่วนที่เป็นคุณแก่จำเลย คือตามพ.ร.บ.ยาเสพติดให้โทษ พ.ศ.2522 มาตรา 67 ทั้งนี้ตาม ป.อ.มาตรา 3 การที่ศาลชั้นต้นและศาลอุทธรณ์พิพากษาให้ลงโทษจำเลยตาม พ.ร.บ.ยาเสพติดให้โทษพ.ศ.2522 ไม่เป็นการพิพากษาเกินคำขอ วัตถุออกฤทธิ์ที่จะริบให้แก่กระทรวงสาธารณสุขตาม พ.ร.บ.วัตถุที่ออกฤทธิ์ต่อจิตและประสาท พ.ศ.2518 มาตรา 116 ต้องเป็นกรณีมีการลงโทษตามมาตรา 89 มาตร