ฎีกาที่ คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1163/2539

ประเด็นกฎหมาย

ปัญหาข้อกฎหมายเกี่ยวกับการแบ่งสินสมรสและการโอนทรัพย์มรดกโดยไม่ชอบ

หลักกฎหมาย

ที่ดินที่ได้มาระหว่างสมรสก่อนใช้ ป.พ.พ. บรรพ 5 พ.ศ.2477 ถือเป็นสินสมรสตาม พ.ร.บ.ให้ใช้บทบัญญัติบรรพ 5 แห่ง ป.พ.พ. พ.ศ.2477 มาตรา 4 ประกอบ พ.ร.บ.ให้ใช้บทบัญญัติบรรพ 5 แห่ง ป.พ.พ.ที่ได้ตรวจชำระใหม่ พ.ศ.2519 มาตรา 4 และเมื่อสามีถึงแก่กรรมต้องแบ่งสินสมรสตามกฎหมายลักษณะผัวเมีย โดยสามีได้ 2 ใน 3 ส่วน ภริย

คำวินิจฉัย

ศาลฎีกาไม่รับวินิจฉัยฎีกาของโจทก์ในประเด็นที่เกี่ยวกับการโอนที่ดินในขณะที่ไม่มีสติสัมปชัญญะ เพราะเป็นฎีกานอกประเด็น และวินิจฉัยว่าโจทก์ไม่สามารถฟ้องจำเลยที่ 2 ให้แบ่งทรัพย์มรดกหรือใช้ราคาทรัพย์มรดกได้ เนื่องจากไม่ได้ความว่าทรัพย์มรดกอยู่ที่จำเลยที่ 2 หรืออยู่ในความครอบครองของจำเลยที่ 2

ข้อเท็จจริงสำคัญ

ป. และ น. อยู่กินฉันสามีภริยากันตั้งแต่ปี 2470 และจดทะเบียนสมรสในปี 2520 น. ได้ที่ดินโฉนดเลขที่ 9379 มาในปี 2500 ซึ่งเป็นระหว่างสมรส โดยมีชื่อ น. เป็นผู้ถือกรรมสิทธิ์เพียงผู้เดียว ต่อมา ป. ถึงแก่กรรม น. โอนที่ดินรวมเอาส่วนที่เป็นมรดกของ ป. ซึ่งตกได้แก่โจทก์ให้แก่จำเลยที่ 2

กฎหมายที่เกี่ยวข้อง

เนื้อหาคำพิพากษา (บางส่วน)

ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมายคำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1163/2539เด็กหญิงศลิษา ศรีธงชาติ กับพวกโจทก์โดยนางนพรัตน์ ศรีธงชาติผู้แทนโดยชอบธรรมนายสกล ศรีธงชาติ กับพวกจำเลย กฎหมายลักษณะผัวเมีย ป.พ.พ. ม. 237, ม. 1336, ม. 1715, ม. 1720 ป.วิ.พ. ม. 172, ม. 177, ม. 249 ให้ใช้บทบัญญัติบรรพ 5 แห่งประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ที่ได้ตรวจชำระใหม่ พ.ศ.2519 , ม. 4โจทก์ทั้งสองฟ้องว่า ป.และ น.อยู่กินฉันสามีภริยากันตั้งแต่ปี2470 และต่อมาปี 2520 จึงได้จดทะเบียนสมรสกัน จำเลยที่ 2 มิได้ให้การปฏิเสธในข้อนี้ ถือว่ายอมรับข้อเท็จจริงดังกล่าว ป.และ น.เป็นสามีภริยากันก่อนใช้ ป.พ.พ.บรรพ 5 พุทธศักราช2477 เมื่อ น.ได้ที่ดินโฉนดเลขที่ 9379 มาในปี 2500 ซึ่งอยู่ในระหว่างสมรส แม้ในโฉนดที่ดินจะมีชื่อ น.เป็นผู้ถือกรรมสิทธิ์เพียงผู้เดียวก็ตาม ก็เป็นสินสมรสตามพ.ร.บ.ให้ใช้บทบัญญัติ บรรพ 5 แห่ง ป.พ.พ. พ.ศ.2477 มาตรา 4 ประกอบพ.ร.บ.ให้ใช้บทบัญญัติบรรพ 5 แห่ง ป.พ.พ.ที่ได้ตรวจชำระใหม่ พ.ศ.2519มาตรา 4 และเมื่อ ป.สามีถึงแก่กรรมก็ต้องแบ่งสินสมรสตามกฎหมายลักษณะผัวเมียและเมื่อ ป.กับ น.ต่างไม่ปรากฏว่ามีสินเดิม ป.สามีจึงได้ส่วนแบ่ง 2 ใน 3 ส่วนน.ภริยาได้ 1 ใน 3 ส่วน น.โอนที่ดินโดยรวมเอามรดกของ ป.ส่วนที่ตกได้แก่โจทก์ให้แก่จำเลยที่ 2 เป็นการไม่ชอบ การโอนจึงไม่สมบูรณ์เฉพาะส่วนที่เป็นของโจทก์ โจทก์ย่อมฟ้องจำเลยที่ 2 ซึ่งเป็นทายาทผู้รับโอนทรัพย์มรดกไว้โดยไม่ชอบนั้นให้แบ่งส่วนแก่ตนได้โดยไม่จำต้องฟ้องขอให้เพิกถอนการโอน โจทก์มิได้ฟ้องกล่าวอ้างว่า น.โอนที่ดินให้แก่จำเลยที่ 2ในขณะที่ไม่มีสติสัมปชัญญะแต่อย่างใด คดีจึงไม่มีประเด็นในข้อนี้ การที่ศาลชั้นต้นและศาลอุทธรณ์วินิจฉัยในประเด็นดังกล่าวเป็นการวินิจฉัยนอกประเด็น โจทก