ฎีกาที่ คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 5192/2539

ประเด็นกฎหมาย

การที่ลูกจ้างลากิจโดยไม่มีกำหนดเวลาและหยุดงานทันทีโดยไม่รออนุมัติ และขาดงานติดต่อกันเกือบหนึ่งเดือน ถือเป็นการละทิ้งการงานตาม ป.พ.พ. มาตรา 583 และเป็น

หลักกฎหมาย

การที่ลูกจ้างขาดงานติดต่อกันเกิน 3 วัน และเป็นเวลานานเกือบหนึ่งเดือน โดยไม่ติดต่อนายจ้างเพื่อชี้แจงเหตุผล ถือเป็นการละทิ้งการงานตาม ป.พ.พ. มาตรา 583 และเป็นการจงใจละทิ้งหน้าที่โดยไม่มีเหตุอันสมควรตามประกาศกระทรวงมหาดไทย เรื่อง การคุ้มครองแรงงาน ข้อ 47 (5) นายจ้างจึงเลิกจ้างได้โดยไม่ต้องบอกกล่าวล่วงห

คำวินิจฉัย

จำเลยเลิกจ้างโจทก์ได้โดยไม่ต้องบอกกล่าวล่วงหน้า และไม่ต้องจ่ายสินจ้างแทนการบอกกล่าวล่วงหน้า ทั้งถือได้ว่าโจทก์จงใจละทิ้งหน้าที่เป็นเวลา 3 วันทำงานติดต่อกันโดยไม่มีเหตุอันสมควร ตามประกาศกระทรวงมหาดไทย เรื่อง การคุ้มครองแรงงาน ข้อ 47 (5) และกรณีถือไม่ได้ว่าจำเลยเลิกจ้างโจทก์โดยไม่เป็นธรรม จำเลยจึงไม่ต้องจ่ายค่าเสียหายและค่าชดเชยแก่โจทก์

ข้อเท็จจริงสำคัญ

โจทก์เป็นลูกจ้างตำแหน่งผู้ช่วยฝ่ายบริหารซึ่งเป็นตำแหน่งชั้นสูง โจทก์ลากิจโดยไม่มีกำหนดเวลาและหยุดงานทันทีโดยไม่รออนุมัติ ซึ่งขัดต่อระเบียบการลาของจำเลย จำเลยไม่อนุมัติการลา โจทก์ขาดงานติดต่อกันเกือบหนึ่งเดือนโดยไม่เคยติดต่อจำเลย แม้โจทก์จะไปเฝ้าบุตรที่ป่วยที่โรงพยาบาลในกรุงเทพมหานครซึ่งอยู่ใกล้ที่ตั

กฎหมายที่เกี่ยวข้อง

เนื้อหาคำพิพากษา (บางส่วน)

ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมายคำพิพากษาศาลฎีกาที่ 5192/2539นายถาวร ปิยะวงศ์รุ่งเรืองโจทก์บริษัท พี.เอส.ดีเวลลอปเม้นท์กรุ๊ฟออฟ คอมปานีส์ จำกัด กับพวกจำเลย ป.พ.พ. พ.ร.บ.จัดตั้งศาลแรงงานและวิธีพิจารณาคดีแรงงาน พ.ศ.2522 ม. 49 ประกาศกระทรวงมหาดไทย เรื่อง การคุ้มครองแรงงาน ม. 47 (5)โจทก์ทำงานเป็นลูกจ้างจำเลยมานานหลายปี ในปีสุดท้ายที่จำเลยเลิกจ้างโจทก์ดำรงตำแหน่งผู้ช่วยฝ่ายบริหารซึ่งเป็นตำแหน่งชั้นสูง โจทก์ควรจะมีความรับผิดชอบต่องานในหน้าที่ การที่โจทก์ลากิจโดยไม่มีกำหนดเวลาแสดงให้เห็นถึงการขาดความรับผิดชอบต่องานในหน้าที่ของโจทก์ที่ปฏิบัติอยู่ และเมื่อโจทก์ยื่นใบลาแล้วโจทก์หยุดงานทันทีโดยไม่รอฟังว่าจำเลยที่ 1 อนุมัติหรือไม่เป็นการขัดต่อระเบียบข้อบังคับเกี่ยวกับการทำงานว่าด้วยการลาของจำเลยที่ 1ในที่สุดเมื่อจำเลยที่ 1 ไม่อนุมัติการลา จึงต้องถือว่าโจทก์ขาดงาน และโจทก์ก็ยังคงหยุดงานติดต่อกันมาจนจำเลยมีหนังสือเลิกจ้าง หากโจทก์มิได้จงใจขาดงานหรือละทิ้งหน้าที่ โจทก์สามารถติดต่อแจ้งให้จำเลยที่ 1 ซึ่งตั้งอยู่ในกรุงเทพมหานครทราบได้โดยสะดวกถึงความจำเป็นของโจทก์เพราะโจทก์ไปเฝ้าบุตรที่ป่วยที่โรงพยาบาลจุฬาลงกรณ์ซึ่งตั้งอยู่ในกรุงเทพมหานครเช่นเดียวกัน แต่โจทก์หาได้ปฏิบัติเช่นนั้นไม่ ตั้งแต่วันที่โจทก์หยุดงานจนถึงวันที่จำเลยเลิกจ้าง โจทก์ไม่เคยติดต่อจำเลย พฤติการณ์ที่โจทก์ขาดงานติดต่อกันดังกล่าวเกิน 3 วัน และเป็นเวลานานเกือบหนึ่งเดือนจนจำเลยมีหนังสือเลิกจ้าง ถือได้ว่าเป็นการละทิ้งการงานไปเสียตาม ป.พ.พ. มาตรา 583 จำเลยจึงเลิกจ้างโจทก์ได้โดยไม่ต้องบอกกล่าวล่วงหน้า และไม่ต้องจ่ายสินจ้างแทนการบอกกล่าวล่วงหน้า ทั้งถือได้ว่าโจทก์จงใจละทิ้งหน้าที่เป็นเวลา 3 วันทำงานติดต่อกันโดยไม่มีเหตุอันสมควร ตามปร