ปัญหาข้อกฎหมายเกี่ยวกับความเคลือบคลุมของฟ้อง การมอบอำนาจฟ้องคดี และการคิดดอกเบี้ยทบต้นในบัญชีเดินสะพัด
เมื่อสัญญาบัญชีเดินสะพัดสิ้นสุดลง เจ้าหนี้ไม่มีสิทธิคิดดอกเบี้ยทบต้นอีกต่อไป คงมีสิทธิคิดดอกเบี้ยไม่ทบต้นได้เท่านั้น
ศาลฎีกาพิพากษาให้จำเลยที่ 1 ชำระหนี้ตามสัญญากู้เบิกเงินเกินบัญชีและสัญญาทรัสต์รีซีท พร้อมดอกเบี้ยในอัตราที่ไม่ทบต้นนับแต่วันที่ 28 กุมภาพันธ์ 2533
จำเลยที่ 1 เปิดบัญชีกระแสรายวันและทำสัญญากู้เบิกเงินเกินบัญชีกับโจทก์ วงเงิน 5,000,000 บาท ดอกเบี้ยร้อยละ 15 ต่อปี คิดดอกเบี้ยทบต้น สัญญามีกำหนดสิ้นสุดวันที่ 25 เมษายน 2532 หลังจากนั้นโจทก์ยังยอมให้จำเลยที่ 1 เบิกเงินต่อไปจนถึงวันที่ 1 กุมภาพันธ์ 2533 และโจทก์คิดหักทอนบัญชีครั้งสุดท้ายในวันที่ 28 กุ
ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมายคำพิพากษาศาลฎีกาที่ 6186/2539ธนาคารกสิกรไทย จำกัดโจทก์จำกัด กับพวกจำเลย ป.พ.พ. ม. 797, ม. 856, ม. 859 ป.วิ.พ. ม. 47, ม. 172 ป.รัษฎากร ม. 118, โจทก์บรรยายฟ้องว่า จำเลยที่ 1 ได้เปิดบัญชีกระแสรายวันกับโจทก์และได้ทำสัญญากู้เบิกเงินเกินบัญชีกับโจทก์ และเพิ่มวงเงินกู้ 2 ครั้ง รวมเป็นวงเงิน 5,000,000 บาท คิดดอกเบี้ยทบต้นในบัญชีเดินสะพัดตามประเพณีการค้าของธนาคารร้อยละ 15 ต่อปี โดยมีกำหนดเวลาสิ้นสุดของสัญญา หลังจากนั้นจำเลยที่ 1 ได้ถอนเงินและนำเงินเข้าหักทอนบัญชีเป็นการเดินสะพัดทางบํญชีกันตลอดมาจนสัญญาครบกำหนด จำเลยที่ 1 คงเบิกเงินจากบัญชีต่อไป แต่ไม่ได้นำเงินเข้าหักทอนบัญชี โจทก์ไม่ประสงค์จะให้จำเลยที่ 1 เป็นหนี้โจทก์อีกต่อไป จึงได้บอกเลิกสัญญาแก่จำเลยที่ 1 จำเลยที่ 1 คงค้างชำระหนี้โจทก์ทั้งเงินต้นและดอกเบี้ยคิดถึงวันฟ้องเป็นเงิน 7,095,820.70 บาท รายละเอียดปรากฏตามบัญชีกระแสรายวันของจำเลยที่ 1 ซึ่งโจทก์จะส่งศาลให้ชั้นพิจารณา ขอให้จำเลยที่ 1 รับผิดใช้เงินจำนวนดังกล่าวแก่โจทก์ ดังนี้ คำฟ้องดังกล่าวได้แสดงโดยแจ้งชัดซึ่งสภาพแห่งข้อหาของโจทก์และคำขอบังคับ ทั้งข้ออ้างที่อาศัยเป็นหลักแห่งข้อหานั้นแล้ว แม้โจทก์จะไม่มีบัญชีเดินสะพัด (บัญชีกระแสรายวัน) ของจำเลยที่ 1 แนบมาท้ายฟ้อง แต่สัญญาบัญชี-เดินสะพัดรวมอยู่ในสัญญาเบิกเงินเกินบัญชี มีรายละเอียดปรากฏอยู่ในบัญชีกระแสรายวันที่โจทก์ไม่ได้แนบบัญชีกระแสรายวันของจำเลยที่ 1 มาท้ายฟ้อง จึงไม่ทำให้ฟ้องโจทก์เป็นฟ้องเคลือบคลุม เอกสารท้ายฟ้องเป็นเอกสารภาษาต่างประเทศเกี่ยวกับคำขอเปิดเลตเตอร์ 3 ฉบับ ตั๋วแลกเงิน 6 ฉบับ และทรัสต์รีซีท 6 ฉบับ รวม15 ฉบับ ซึ่งโจทก์ได้บรรยายฟ้องว่า จำเลยที่ 1 ได้ขอให้โจทก์เปิดเลตเตอร์ออฟเ