สัญญาจ้างที่มีกำหนดระยะเวลาแน่นอน เมื่อสิ้นสุดแล้วนายจ้างยังคงจ้างลูกจ้างทำงานต่อไปโดยไม่ได้ทำสัญญาใหม่ ถือเป็นการจ้างต่อไปโดยความอย่างเดียวกันกับสัญญ
เมื่อสัญญาจ้างที่มีกำหนดระยะเวลาสิ้นสุดลง แต่นายจ้างยังคงจ้างลูกจ้างทำงานต่อไปโดยมิได้เลิกจ้าง ถือเป็นการจ้างต่อไปใหม่โดยความอย่างเดียวกันกับสัญญาเดิม กลายเป็นสัญญาจ้างที่ไม่ได้กำหนดระยะเวลา คู่สัญญาฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งอาจบอกเลิกสัญญาได้โดยบอกกล่าวล่วงหน้าตาม ป.พ.พ. มาตรา 581 หากนายจ้างเลิกจ้างโดยลูกจ้าง
พิพากษากลับ ให้จำเลยจ่ายสินจ้างแทนการบอกกล่าวล่วงหน้า 4,388 บาท ค่าชดเชย 13,164 บาท พร้อมดอกเบี้ยอัตราร้อยละเจ็ดครึ่งต่อปีสำหรับเงินต้นค่าชดเชยนับแต่วันเลิกจ้างจนกว่าจะชำระเสร็จแก่โจทก์
โจทก์ทำงานกับจำเลยตั้งแต่ปี 2525 โดยมีสัญญาจ้าง 3 ฉบับ แต่ละฉบับมีระยะเวลาขาดช่วงไม่ต่อเนื่องกัน ฉบับที่ 3 สิ้นสุดวันที่ 31 มีนาคม 2530 แต่จำเลยมิได้เลิกจ้างโจทก์ คงจ้างต่อมาจนถึงวันที่ 1 พฤศจิกายน 2530 จึงเลิกจ้างเนื่องจากปัญหาการเงิน โดยไม่บอกกล่าวล่วงหน้า
ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมายคำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2188/2531นางสาว กอ บกุล มา เวียงโจทก์วิทยาลัย ศรีอีสาน (คณาสวัสดิ์ อุทิศจำเลย ป.พ.พ. ม. 268, ม. 575, ม. 581, ม. 582 พ.ร.บ.จัดตั้งศาลแรงงานและวิธีพิจารณาคดีแรงงาน พ.ศ.2522 ม. 54 ประกาศกระทรวงมหาดไทย เรื่อง การคุ้มครองแรงงาน ข้อ 2, ข้อ 46เมื่อระยะเวลาตามสัญญาจ้างสิ้นสุดลงแต่จำเลยมิได้เลิกจ้างโจทก์คงจ้าง ต่อมาอีก กรณีต้องถือว่าจำเลยจ้างโจทก์ต่อไปใหม่ โดยความอย่างเดียวกันกับสัญญาเดิมคู่สัญญาฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งอาจจะบอกเลิกสัญญาเสียได้ด้วยการบอกกล่าวตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 581 จำเลยเลิกจ้างโจทก์เพราะจำเลยมีปัญหาด้านการเงินดังนี้เป็นการเลิกจ้างโจทก์โดยไม่มีความผิด และไม่บอกกล่าวล่วงหน้า จำเลยจึงต้องจ่ายสินจ้างแทนการบอกกล่าวล่วงหน้าและค่าชดเชยแก่โจทก์ สัญญาจ้างที่มีระยะเวลาการจ้างขาดช่วงไม่ต่อเนื่องกันต้องถือว่าจำเลยจ้างโจทก์ตามกำหนดระยะเวลาการจ้างของสัญญาแต่ละฉบับ ปัญหาว่าสัญญาจ้างเป็นการจ้างที่มีกำหนดระยะเวลาการจ้างไว้แน่นอนหรือไม่เป็นปัญหาข้อกฎหมายโจทก์ฟ้องว่า จำเลยเลิกจ้างโจทก์ไม่เป็นธรรม ขอให้ศาลบังคับให้จำเลยจ่ายสินจ้างแทนการบอกกล่าวล่วงหน้าและค่าชดเชยเป็นเงิน4,388 บาท และ 26,328 บาท ตามลำดับ พร้อมด้วยดอกเบี้ยจำเลยให้การว่า จำเลยเป็นสถาบันอุดมศึกษาเอกชนได้รับการจัดตั้งจากทบวงมหาวิทยาลัย มีวัตถุประสงค์ในการศึกษา ส่งเสริมวิทยาลัยและวิชาชีพชั้นสูง ทำการสอน ทำการวิจัย ให้บริการทางวิชาการแก่สังคมและทุนบำรุงศิลปวัฒนธรรมมิใช่หน่วยงานที่ดำเนินการธุรกิจแสวงกำไรในทางเศรษฐกิจ จึงไม่อยู่ภายใต้บังคับกฎหมายคุ้มครองแรงงานศาลแรงงานไม่มีอำนาจพิจารณาพิพากษาคดีนี้ และจำเลยตกลงจะจ่ายค่าชดเชยให้โจทก์สามเดือน โจทก์แสดงเจตนายอมร