ฎีกาที่ คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 9650/2539

ประเด็นกฎหมาย

ปัญหาข้อกฎหมายเกี่ยวกับอายุความฟ้องคดีผิดสัญญาจ้างแรงงาน และความรับผิดของจำเลยที่ 1-4 ในการปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบ

หลักกฎหมาย

คดีผิดสัญญาจ้างแรงงานไม่มีกฎหมายกำหนดอายุความไว้โดยเฉพาะ ต้องใช้อายุความทั่วไป 10 ปี ตาม ป.พ.พ. มาตรา 193/30

คำวินิจฉัย

ศาลฎีกาไม่รับวินิจฉัยอุทธรณ์ของจำเลยที่ 1 ถึงที่ 4 และพิพากษายืนตามคำพิพากษาศาลแรงงานกลาง

ข้อเท็จจริงสำคัญ

จำเลยที่ 1 ซึ่งเป็นผู้อำนวยการมีคำสั่งให้คณะกรรมการตรวจรับสินค้าตรวจรับตามเอกสารเพียงอย่างเดียว โดยไม่ไปตรวจรับจริง ซึ่งขัดต่อข้อบังคับของโจทก์ จำเลยที่ 2-4 ทราบว่าคำสั่งดังกล่าวไม่ชอบแต่ยังปฏิบัติตาม

กฎหมายที่เกี่ยวข้อง

เนื้อหาคำพิพากษา (บางส่วน)

ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมายคำพิพากษาศาลฎีกาที่ 9650/2539นายฤทัย จารุจินดาโจทก์๙ องค์การอุตสาหกรรมห้องเย็นจำเลย ป.พ.พ. ม. 193/30, ม. 420 ป.วิ.พ. ม. 225 พ.ร.บ.จัดตั้งศาลแรงงานและวิธีพิจารณาคดีแรงงาน พ.ศ.2522 ประกาศกระทรวงมหาดไทย เรื่อง การคุ้มครองแรงงาน ม. 46, ม. 47 (2)จำเลยที่ 1 เป็นผู้อำนวยการของโจทก์ซึ่งมีอำนาจกระทำการแทนโจทก์ ในขณะเดียวกันจำเลยที่ 1 ก็ยังมีฐานะเป็นลูกจ้างของโจทก์ด้วย และยังต้องปฏิบัติหน้าที่การงานภายใต้ระเบียบข้อบังคับของโจทก์ ส่วนจำเลยที่ 2 ที่ 3และที่ 4 เป็นลูกจ้างโจทก์และได้รับแต่งตั้งให้เป็นคณะกรรมการตรวจรับสินค้ามีหน้าที่ไปตรวจรับสินค้าว่ามีการซื้อขายตามจำนวนประเภท และราคาสินค้านั้นถูกต้องตรงตามสัญญาซื้อขายกันหรือไม่ การที่จำเลยที่ 1 มีคำสั่งให้คณะกรรมการตรวจรับที่โจทก์ตั้งขึ้นตรวจรับสินค้าตามหลักฐานเอกสารที่มีเพียงลายมือชื่อของผู้ซื้อว่าได้รับสินค้าไปถูกต้องแล้วพิจารณาจ่ายเงินให้ผู้ขายสินค้าไป และวิธีปฏิบัติตามที่จำเลยที่ 1 กำหนดขึ้นก็ขัดต่อข้อบังคับว่าด้วยการรับเงิน การจ่ายเงินและการเก็บรักษาเงิน พ.ศ.2528 ของโจทก์ เป็นการปฏิบัติหน้าที่โดยละเลย ไม่ปฏิบัติตามระเบียบดังกล่าวเป็นการปฏิบัติหน้าที่ด้วยความประมาทเลินเล่ออย่างร้ายแรง จำเลยที่ 2 ที่ 3 และที่ 4 เป็นคณะกรรมการตรวจรับไม่เคยไปตรวจรับสินค้า คงตรวจแต่เอกสารการรับมอบ แม้จะเป็นการปฏิบัติตามคำสั่งของจำเลยที่ 1 จำเลยที่ 2 ที่ 3 และที่ 4 ก็ทราบดีอยู่แล้วว่าคำสั่งดังกล่าวขัดต่อข้อบังคับของโจทก์ซึ่งเป็นคำสั่งที่ไม่ชอบ แต่จำเลยที่ 2 ที่ 3 และที่ 4 ยังปฏิบัติตาม จึงเป็นการจงใจหรือประมาทเลินเล่อไม่รักษาประโยชน์ของโจทก์ เป็นการผิดวินัยอย่างร้ายแรง และต้องร่วมรับผิดกับจำเลยที่ 1 ด้วย