ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมายคำพิพากษาศาลฎีกาที่ 3858/2545บริษัทเงินทุนศรีธนา จำกัด (มหาชน)โจทก์ห้างหุ้นส่วนจำกัด ครอบครัวอุษา กับพวกจำเลย ป.วิ.พ. ม. 27, ม. 88, ม. 182, ม. 184 ป.รัษฎากร ม. 103, ม. 118 ป.วิ.พ. ม. 88 วรรคหนึ่งส. และ ว. ผู้มอบอำนาจเป็นผู้มีอำนาจร่วมกันในการกระทำการแทนโจทก์ ถือได้ว่าบุคคลทั้งสองเป็นผู้มีอำนาจร่วมกัน การปิดแสตมป์ในหนังสือมอบอำนาจไม่ต้องแยกเป็นรายบุคคล ดังนั้น หนังสือมอบอำนาจของ ส. และ ว. ที่มอบอำนาจให้ผู้รับมอบอำนาจ 8 คน ปิดอากรแสตมป์ 240 บาท จึงครบถ้วนแล้วและใช้เป็นพยานหลักฐานได้ตามประมวลรัษฎากร มาตรา 118โจทก์ฟ้องขอให้บังคับจำเลยทั้งห้าร่วมกันชำระเงินพร้อมดอกเบี้ย จำเลยทั้งห้าให้การ? ขอให้ยกฟ้อง ศาลชั้นต้นพิพากษาให้จำเลยทั้งห้าแพ้คดี จำเลยทั้งห้าอุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์พิพากษายืน ให้จำเลยทั้งห้าร่วมกันใช้ค่าทนายความชั้นอุทธรณ์ ๒๐,๐๐๐ บาท แทนโจทก์ จำเลยทั้งห้าฎีกา ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า? พิเคราะห์แล้ว คดีมีปัญหาที่ต้องวินิจฉัยตามฎีกาของจำเลยทั้งห้าประการแรกว่า ศาลชั้นต้นดำเนินกระบวนพิจารณาผิดระเบียบหรือไม่ ซึ่งในข้อนี้จำเลยทั้งห้าฎีกาว่า การที่ศาลชั้นต้นออกคำสั่งกำหนดวันสืบพยานโจทก์ตั้งแต่โจทก์ยื่นคำฟ้องและจำเลยยังมิได้ยื่นคำให้การเป็นการต้องห้ามตามมาตรา ๑๘๒ วรรคหนึ่ง แห่งประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง ถือว่าคำสั่งศาลที่กำหนดวันสืบพยานโจทก์ มิใช่คำสั่งศาลให้กำหนดวันสืบพยานตามกฎหมาย และเมื่อจำเลยที่ ๒ ยื่นคำให้การแล้ว ศาลได้ออกคำสั่งให้งดชี้สองสถานโดยมิได้ออกคำสั่งกำหนดวันสืบพยานและมิได้ส่งคำสั่งดังกล่าวให้คู่ความทุกคนทราบขัดต่อมาตรา ๑๘๒ ประกอบด้วยมาตรา ๑๘๔ แห่งประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง นอกจากนี้ศาลยังมีคำสั่งไม่รับบัญชีพยานจำเลยฉบับลงวันที่ ๑