ฎีกาที่ คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 568/2528
ประเด็นกฎหมาย
โจทก์สามารถขอถอนฟ้องคดีอาญาความผิดต่อส่วนตัวภายในกำหนดระยะเวลาฎีกาได้หรือไม่ แม้ไม่มีคู่ความฝ่ายใดฎีกา
หลักกฎหมาย
คดีถึงที่สุดเมื่อสิ้นระยะเวลาฎีกาตาม ป.วิ.พ. ม.147 วรรคสอง ประกอบ ป.วิ.อ. ม.15 โดยไม่ต้องคำนึงว่ามีการยื่นฎีกาหรือไม่ การถอนฟ้องก่อนคดีถึงที่สุดทำให้สิทธินำคดีระงับไป
คำวินิจฉัย
พิพากษายกคำพิพากษาศาลอุทธรณ์และคำสั่งศาลชั้นต้น อนุญาตให้โจทก์ถอนฟ้อง สิทธินำคดีอาญามาฟ้องระงับไป และให้จำหน่ายคดีออกจากสารบบความของศาลฎีกา
ข้อเท็จจริงสำคัญ
ศาลอุทธรณ์พิพากษายืนศาลชั้นต้น โจทก์ยื่นคำร้องขอถอนฟ้องภายในกำหนดระยะเวลาฎีกาโดยไม่มีคู่ความฝ่ายใดฎีกา ศาลชั้นต้นและศาลอุทธรณ์ปฏิเสธคำสั่ง โจทก์ฎีกา
กฎหมายที่เกี่ยวข้อง
เนื้อหาคำพิพากษา (บางส่วน)
ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมายคำพิพากษาศาลฎีกาที่ 568/2528นายประจวบ ถิ่นหาญวงศ์โจทก์ห้างหุ้นส่วนจำกัด พรเทวาก่อสร้าง กับพวกจำเลย ป.วิ.อ. ม. 15, ม. 35 วรรคสอง, ม. 39 (2), ม. 193, ม. 198, ม. 216, ม. 218, ม. 221 ป.วิ.พ. ม. 147 วรรคสอง พ.ร.บ.ว่าด้วยความผิดอันเกิดจากการใช้เช็ค พ.ศ.2497 ในคดีอาญาแม้จะต้องห้ามฎีกาในปัญหาข้อเท็จจริง แต่ก็มิได้ห้ามคู่ความฎีกาในปัญหาข้อกฎหมาย และอาจมีการอนุญาตหรือรับรองให้ฎีกาในปัญหาข้อเท็จจริงตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 221 ได้คดีจึงถึงที่สุดเมื่อสิ้นกำหนดระยะเวลาฎีกาตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 147 วรรคสองประกอบด้วยประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 15 โดยมิต้องคำนึงว่ามีการยื่นฎีกาแล้วหรือไม่ ในคดีความผิดต่อส่วนตัว เมื่อโจทก์ยื่นคำร้องขอถอนฟ้องภายในกำหนดระยะเวลาฎีกา แม้ไม่มีคู่ความฝ่ายใดฎีกา ก็เป็นการถอนฟ้องก่อนที่คดีจะถึงที่สุดตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 35 วรรคสอง แล้ว เมื่อจำเลยไม่คัดค้าน ศาลชั้นต้นชอบที่จะอนุญาตให้โจทก์ถอนฟ้องได้ เมื่อปรากฏว่าคดีได้ขึ้นมาสู่ศาลฎีกาแล้ว ศาลฎีกาย่อมมีอำนาจสั่งคำร้องขอถอนฟ้องของโจทก์ได้โดยไม่ต้องย้อนสำนวนไปให้ศาลชั้นต้นสั่ง เมื่อศาลฎีกาอนุญาตให้โจทก์ถอนฟ้อง สิทธินำคดีอาญามาฟ้องย่อมระงับไปตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 39(2) อันมีผลให้คำพิพากษาของศาลล่างระงับไปด้วยในตัว ให้จำหน่ายคดีออกเสียจากสารบบความของศาลฎีกา (ประชุมใหญ่ครั้งที่ 1/2528 )กรณีสืบเนื่องมาจากศาลอุทธรณ์พิพากษายืนตามคำพิพากษาศาลชั้นต้นว่าจำเลยทั้งสองมีความผิดตามพระราชบัญญัติว่าด้วยความผิดอันเกิดจากการใช้เช็ค พ.ศ. ๒๔๙๗ มาตรา ๓ ประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๘๓ ลงโทษปรับจำเลยที่ ๑ จำคุกจำเลยที่ ๒ ศาลชั้นต้นอ่