ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 35
ตัวบท
มาตรา 35 คำร้องขอถอนฟ้องคดีอาญาจะยื่นเวลาใดก่อนมีคำพิพากษาของศาลชั้นต้นก็ได้ ศาลจะมีคำสั่งอนุญาตหรือมิอนุญาตให้ถอนก็ได้ แล้วแต่ศาลจะเห็นสมควรประการใด ถ้าคำร้องนั้นได้ยื่นในภายหลังเมื่อจำเลยให้การแก้คดีแล้ว ให้ถามจำเลยว่าจะคัดค้านหรือไม่ แล้วให้ศาลจดคำแถลงของจำเลยไว้ ในกรณีที่จำเลยคัดค้านการถอนฟ้อง ให้ศาลยกคำร้องขอถอนฟ้องนั้นเสีย คดีความผิดต่อส่วนตัวนั้น จะถอนฟ้องหรือยอมความในเวลาใดก่อนคดีถึงที่สุดก็ได้ แต่ถ้าจำเลยคัดค้าน ให้ศาลยกคำร้องขอถอนฟ้องนั้นเสีย
ฎีกาที่อ้างมาตรานี้
- คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2583/2551
- คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1264/2523
- คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 7028/2551
- คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2654/2560
- คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 4022/2558
- คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2257/2540
- คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 568/2528 — โจทก์สามารถขอถอนฟ้องคดีอาญาความผิดต่อส่วนตัวภายในกำหนดระยะเวลาฎีกาได้หรือไม่ แม้ไม่มีคู่ความฝ่ายใดฎีกา
- คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1717/2531 — การผิดนัดชำระหนี้ตามสัญญาประนีประนอมยอมความในคดีแพ่ง มีผลระงับสิทธิฟ้องคดีอาญาหรือไม่ เมื่อคู่ความมีเจตนาไม่ถือเป็นการผิดสัญญา
- คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 980/2533 — การยอมความในคดีความผิดต่อส่วนตัวทำให้สิทธินำคดีระงับไป และโจทก์ไม่สามารถขอถอนคำร้องขอถอนฟ้องได้
- คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1009/2533 — ทนายความมีอำนาจยอมความแทนโจทก์ในความผิดต่อส่วนตัวหรือไม่ และผลของการยอมความมีผลระงับสิทธิฟ้องคดีอาญา
- คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 5129/2533 — ความผิดฐานปลอมเอกสารและใช้เอกสารปลอมเป็นความผิดต่อแผ่นดิน โจทก์ร่วมไม่อาจขอถอนฟ้องหลังจากศาลชั้นต้นมีคำพิพากษาได้ และการถอนฟ้องไม่ทำให้องค์ประกอบความผ
- คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1717/2531
- คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2654/2531
- คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 980/2533 — การยอมความในชั้นฎีกาโดยโจทก์ยื่นคำร้องขอถอนฟ้องและจำเลยร่วมลงชื่อ ถือเป็นการยอมความที่ถูกต้องตามกฎหมาย สิทธินำคดีอาญามาฟ้องระงับ โจทก์ไม่อาจถอนคำร้องข
- คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1009/2533 — ทนายโจทก์ซึ่งมีอำนาจประนีประนอมยอมความได้แถลงต่อศาลว่าจะถอนฟ้องเมื่อได้รับเงินตามเช็ค ต่อมาจำเลยชำระหนี้แล้ว แต่โจทก์ไม่ยอมถอนฟ้อง การกระทำของทนายโจทก