การแต่งตั้งเป็นผู้รักษาการกรรมการผู้จัดการถือเป็นการจ้างแรงงานหรือไม่ และเงินที่จ่ายในกิจการผิดกฎหมายเรียกคืนได้หรือไม่
การแต่งตั้งเป็นผู้รักษาการกรรมการผู้จัดการถือเป็นการจ้างแรงงาน หากทำงานสำเร็จมีหน้าที่จ่ายค่าจ้าง เงินในกิจการผิดกฎหมายเป็นโมฆะและเรียกคืนไม่ได้หากจ่ายโดยรู้
พิพากษายืน ให้จำเลยจ่ายค่าจ้างโจทก์ แต่ยกคำขอเรียกคืนเงินทดรอง
จำเลยแต่งตั้งโจทก์เป็นผู้รักษาการกรรมการผู้จัดการ โจทก์ลาออกและขอค่าจ้างกับเงินทดรองที่จ่ายในกิจการผิดกฎหมาย
ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมายคำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2609/2528นายวิชัย อาจจันทึกโจทก์บริษัทซูปรีมคอร์เปอร์เรชั่นจำกัดจำเลย ป.วิ.พ. ม. 225 พ.ร.บ.จัดตั้งศาลแรงงานและวิธีพิจารณาคดีแรงงาน พ.ศ.2522 ป.พ.พ. ม. 113, ม. 411, ม. 587, ม. 575จำเลยทำหนังสือแต่งตั้งโจทก์ให้เป็นผู้รักษาการ กรรมการผู้จัดการของจำเลย ถือได้ว่าจำเลยจ้างโจทก์เป็นลูกจ้างของจำเลย เมื่อจำเลยจ้างโจทก์เป็นลูกจ้างและโจทก์ ได้ทำงานตามหน้าที่ให้แก่จำเลยแล้ว จำเลยจึงมีหน้าที่จ่าย ค่าจ้างให้แก่โจทก์ จำเลยมิได้ยกเรื่องนิติกรรมอำพรางเป็นข้อต่อสู้ในคำให้การเพียงแต่กล่าวอ้างว่าการที่จำเลยยินยอมแต่งตั้งโจทก์เป็น ผู้รักษาการกรรมการผู้จัดการของจำเลยนั้น เพราะถูกโจทก์กับ พวกหลอกลวงและจำเลยหลงเชื่อซึ่งไม่ใช่กรณีที่เกี่ยวกับนิติกรรมอำพรางอุทธรณ์ข้อนี้ของจำเลยจึงเป็นข้อที่มิได้ยกขึ้นว่ากันมาแล้วในศาลแรงงานกลาง โจทก์จ่ายเงินทดรองเป็นค่าใช้จ่ายในกิจการของจำเลยซึ่งเป็นการประกอบกิจการที่ไม่ชอบด้วยกฎหมาย เงินทดรองจึงเป็นหนี้ ที่เกิดขึ้นโดยมีวัตถุประสงค์ขัดขวางต่อ ความสงบเรียบร้อยของประชาชนย่อมเป็นโมฆะการที่โจทก์จ่ายเงินไปโดยรู้อยู่แล้ว จึงไม่มีสิทธิเรียกร้องให้จำเลยชำระคืนโจทก์ฟ้องว่าจำเลยจ้างโจทก์เป็นลูกจ้างประจำ โดยให้ทำหน้าที่เป็นผู้รักษาการกรรมการผู้จัดการของจำเลย โจทก์ขอลาออกจากงาน จำเลยมีคำสั่งอนุมัติให้โจทก์ลาออกแต่ไม่จ่ายค่าจ้างให้ และไม่จ่ายคืนเงินทดรองซึ่งโจทก์ได้จ่ายทดรองเป็นค่าใช้จ่ายในกิจการของจำเลย จำเลยให้การว่า จำเลยไม่เคยจ้างโจทก์เป็นลูกจ้าง การที่จำเลยทำหนังสือแต่งตั้งโจทก์เป็นผู้รักษาการกรรมการผู้จัดการของจำเลยเพราะโจทก์กับพวกหลอกลวงจำเลย ศาลแรงงานกลางพิพากษาให้จำเลยจ่ายค่าจ้างให้โจทก์ คำขออื่นให้ยก โจทก์จำเลยอุทธรณ์ต