ฎีกาที่ คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 845/2513

ประเด็นกฎหมาย

สิทธิเช่าต่อของผู้เช่ารองไม่ตกแก่เจ้าของที่ดินเมื่อสัญญาเช่าหลักสิ้นสุดและกรรมสิทธิ์บ้านกลับคืน

หลักกฎหมาย

เมื่อสัญญาเช่าหลักสิ้นสุดและกรรมสิทธิ์บ้านตกแก่เจ้าของที่ดิน ผู้ให้เช่าเดิมไม่มีอำนาจให้เช่าต่อ สัญญาเช่าต่อจึงไม่ตกแก่เจ้าของที่ดินตามมาตรา 569 ผู้เช่าจึงอยู่โดยละเมิด

คำวินิจฉัย

พิพากษายืนให้ขับไล่จำเลยและส่งมอบบ้านแก่โจทก์ พร้อมใช้ค่าเสียหาย

ข้อเท็จจริงสำคัญ

สัญญาเช่าที่ดิน 8 ปี 4 เดือนตกลงว่าบ้านตกแก่เจ้าของเมื่อครบสัญญา ผู้เช่ารองเช่าต่อหลังครบสัญญาโดยไม่มีอำนาจ

กฎหมายที่เกี่ยวข้อง

เนื้อหาคำพิพากษา (บางส่วน)

ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมายคำพิพากษาศาลฎีกาที่ 845/2513นางตู รามัญวงศ์ โดยนางสาวสราญจิตต์ รามัญวงศ์ ผู้รับมอบอำนาจโจทก์นายซานแกม แซ่ซาน ที่ 1 นางทองปลิว ขุนหมื่น ที่ 2จำเลย ป.พ.พ. ม. 537, ม. 569, ม. 420 พ.ร.บ.ควบคุมการเช่าเคหะและที่ดิน พ.ศ.2504 จำเลยเช่าบ้านพิพาทมาจากนายบุ้นซึ่งเป็นผู้เช่าที่ดินของโจทก์มาปลูกบ้านพิพาทขึ้น โดยมีกำหนดเวลาเช่า 8 ปี 4 เดือน และมีข้อตกลงระหว่างนายบุ้นกับโจทก์ว่าในระหว่างกำหนดเวลาเช่า 8 ปี 4 เดือนนายบุ้นมีสิทธิให้คนอื่นเช่าบ้านพิพาทได้ และเมื่อครบกำหนดเวลาเช่า8 ปี 4 เดือนแล้ว ให้กรรมสิทธิ์ในบ้านพิพาทตกเป็นของโจทก์ดังนี้เมื่อครบกำหนดเวลาเช่าที่ดิน 8 ปี 4 เดือน แล้ว นายบุ้นย่อมไม่มีอำนาจจะให้จำเลยเช่าบ้านพิพาทอยู่ต่อไปเพราะกรรมสิทธิ์ในบ้านพิพาทตกไปยังโจทก์แล้ว สิทธิและหน้าที่ในการเช่าบ้านพิพาทระหว่างจำเลยกับนายบุ้นผู้โอนย่อมไม่ตกไปยังโจทก์ผู้รับโอนดังที่บัญญัติไว้ในประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 569 โจทก์กับจำเลยจึงไม่มีนิติสัมพันธ์ต่อกัน การอยู่ในบ้านพิพาทต่อมาเมื่อครบกำหนดเวลาเช่า 8 ปี 4 เดือนไปแล้ว เป็นการอยู่โดยละเมิดสิทธิของโจทก์ย่อมไม่ได้รับความคุ้มครองจากพระราชบัญญัติควบคุมการเช่าเคหะและที่ดินฯโจทก์ฟ้องว่า โจทก์เป็นเจ้าของที่ดิน ๑ แปลง ได้ให้นายบุ้น แซ่จึงเช่าเพื่อทำการปลูกบ้าน ๑ หลังคือบ้านเลขที่ ๕๕ มีกำหนดเวลาเช่า ๘ ปี ๔ เดือนสิ้นสุดเวลาเช่าในวันที่ ๑๒ กุมภาพันธ์ ๒๕๐๗ สัญญาตกลงกันว่าเมื่อครบกำหนดสัญญาเช่าแล้ว ให้บ้านที่ปลูกสร้างตกเป็นกรรมสิทธิ์ของโจทก์ จำเลยทั้งสองเป็นผู้เช่าบ้านดังกล่าวจากนายบุ้น เมื่อครบกำหนดสัญญาเช่าที่ดินและบ้านตกเป็นกรรมสิทธิ์ของโจทก์แล้ว โจทก์ได้บอกกล่าวให้จำเลยทราบและแจ้งไปด้วยว่าถ้าจำเลยประสงค์จะเช