การนำสืบว่าทำสัญญาเช่าแทนผู้อื่นเมื่อไม่ได้สู้คดีในประเด็นนั้น และสัญญาทำหลัง พ.ร.บ.ควบคุมค่าเช่าฯ ใช้บังคับ
จำเลยต้องห้ามตาม ป.วิ.พ. ม.94(ข) ในการนำสืบว่าทำสัญญาแทนผู้อื่น หากไม่ได้สู้คดีในประเด็นนี้ และสัญญาทำหลัง พ.ร.บ.ควบคุมค่าเช่าฯ ใช้บังคับ แม้เช่าอยู่อาศัยก็ไม่ได้รับความคุ้มครอง
พิพากษายืนตามศาลอุทธรณ์ ให้ขับไล่จำเลยและใช้ค่าเสียหาย
จำเลยทำสัญญาเช่าในนามตนเองหลัง พ.ร.บ.ควบคุมค่าเช่าฯ ใช้บังคับ แต่ไม่ได้สู้คดีว่าเช่าแทนบิดา ศาลจึงไม่รับฟังพยานหลักฐานว่าทำสัญญาแทนผู้อื่น
ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมายคำพิพากษาศาลฎีกาที่ 3/2516นางทิพวัลย์ นิตยางกูรโจทก์นายไวกูร รัชต์บริรักษ์จำเลย ป.วิ.พ. ม. 86, ม. 94, ม. 177, ม. 183 พ.ร.บ.ควบคุมค่าเช่าเคหะและที่ดิน พ.ศ.2504 โจทก์ฟ้องขับไล่จำเลยออกจากบ้านที่เช่าจากโจทก์ จำเลยมิได้ให้การต่อสู้ว่าทำสัญญาเช่าแทนบิดาจำเลย การที่จำเลยนำสืบว่าจำเลยทำสัญญาเช่าแทนบิดาจำเลย ย่อมนอกประเด็นข้อต่อสู้ไม่ชอบที่ศาลจะรับฟัง จำเลยทำสัญญาเช่าในนามตนเองเป็นผู้เช่า จำเลยจะนำสืบ(พยานบุคคล) ว่าทำสัญญาเช่าแทนคนอื่นหาได้ไม่ ต้องห้ามตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 94 (ข) ทำสัญญาเช่าบ้านภายหลังพระราชบัญญัติควบคุมการเช่าเคหะและที่ดิน พ.ศ.2504ใช้บังคับ แม้เป็นการเช่าอยู่อาศัยก็ไม่ได้รับความคุ้มครองโจทก์ฟ้องว่า เมื่อวันที่ ๑ มีนาคม ๒๕๐๘ จำเลยทำสัญญาเช่าบ้าน(โกดัง) ของโจทก์ มีกำหนด ๑ ปี ใช้เก็บของในกิจการค้า ครบกำหนดแล้วเช่าต่อมาโดยไม่มีสัญญาเช่า โจทก์บอกเลิกสัญญาแล้ว จำเลยไม่ยอมออกขอให้ขับไล่และใช้ค่าเสียหาย จำเลยต่อสู้ว่า เช่าบ้านเป็นที่อยู่อาศัย ความจริงเช่ามานานตั้งแต่ครั้งบิดาโจทก์ยังอยู่ เพิ่งเปลี่ยนเป็นชื่อจำเลยเป็นผู้เช่าเมื่อวันที่ ๑ มีนาคม๒๕๐๘ จำเลยได้รับความคุ้มครอง ศาลชั้นต้นวินิจฉัยว่า จำเลยทำสัญญาเช่าแทนบิดาจำเลย และบ้านพิพาทเป็นเคหะควบคุม จำเลยได้รับความคุ้มครองตามพระราชบัญญัติควบคุมการเช่าเคหะและที่ดินฯ พิพากษายกฟ้อง โจทก์อุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์พิพากษากลับ ให้ขับไล่จำเลย และให้ใช้ค่าเสียหายเดือนละ ๓๐๐ บาท จำเลยฎีกา ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า จำเลยให้การสู้คดีว่า "ความจริงบ้านหลังนี้ได้เช่าโจทก์มานานตั้งแต่ครั้งบิดาของโจทก์ยังอยู่ เพิ่งเปลี่ยนเป็นชื่อจำเลยเป็นผู้เช่าเมื่อวันที่ ๑ มีนาคม ๒๕๐๘" ไม่มีข้อความตอนใดเลยที่จะแสดง