ฎีกาที่ คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 4974/2533

ประเด็นกฎหมาย

การรับฟังคำรับสารภาพชั้นสอบสวนที่จำเลยปฏิเสธชั้นศาลต้องมีพยานประกอบ และพยานประกอบต้องไม่ใช่เพียงคำเบิกความของพนักงานสอบสวน

หลักกฎหมาย

การรับฟังคำรับสารภาพชั้นสอบสวนซึ่งจำเลยปฏิเสธชั้นศาลมาใช้ลงโทษจำเลย โจทก์ต้องมีพยานประกอบว่าจำเลยกระทำผิดจริง และพยานประกอบนั้นมิใช่มีเพียงคำเบิกความของพนักงานสอบสวนผู้สอบสวนคำรับสารภาพเท่านั้น

คำวินิจฉัย

พิพากษายืนตามศาลอุทธรณ์ที่ให้ยกฟ้องโจทก์

ข้อเท็จจริงสำคัญ

โจทก์ฟ้องว่าจำเลยรับของโจรโคที่ถูกลักมา โดยมีพยานประกอบคือ ด. ซึ่งเป็นผู้ขับรถบรรทุกโคไปขาย และในชั้นสอบสวนจำเลยให้การว่า ด. แนะนำให้ไปขายโคที่อำเภอสายบุรี ทำให้ ด. อาจเป็นผู้ต้องหาร่วมและอาจซัดทอดจำเลยเพื่อให้พ้นผิด

กฎหมายที่เกี่ยวข้อง

เนื้อหาคำพิพากษา (บางส่วน)

ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมายคำพิพากษาศาลฎีกาที่ 4974/2533พนักงานอัยการจังหวัดยะลาโจทก์นายวายา ปาแนจำเลย ป.อ. , ม. 357 ป.วิ.อ. ม. 134, ม. 226, ม. 227การรับฟังคำรับสารภาพชั้นสอบสวนซึ่งจำเลยปฏิเสธชั้นศาลมาใช้ลงโทษจำเลยโจทก์ต้องมีพยานประกอบว่าจำเลย กระทำผิดจริงและพยานประกอบนั้นมิใช่มีเพียงคำเบิกความของพนักงานสอบสวนผู้สอบสวนคำรับสารภาพเท่านั้น คดีนี้พยานประกอบของโจทก์คือ ด. ซึ่งอาจตกเป็นผู้ต้องหาร่วมกับจำเลย ด. อาจซัดทอดจำเลยเพื่อให้ตนพ้นจากการตกเป็นผู้ต้องหาก็ได้ คำเบิกความของ ด. จึงมีน้ำหนักน้อยพยานหลักฐานของโจทก์ไม่มีน้ำหนักพอที่จะลงโทษจำเลยตามฟ้องได้โจทก์ฟ้องว่า มีคนร้ายลักโคของผู้เสียหาย ต่อมาจำเลยนำโคของผู้เสียหายไปขายแก่ผู้มีชื่อ ขอให้ลงโทษตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๓๓๕, ๓๕๗ จำเลยให้การปฏิเสธ ศาลชั้นต้นพิพากษาว่า จำเลยมีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา ๓๕๗ จำคุก ๓ ปี ลดโทษให้หนึ่งในสามตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา ๗๘ คงจำคุก ๒ ปี ข้อหาอื่นให้ยก จำเลยอุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์พิพากษากลับ ให้ยกฟ้อง โจทก์ฎีกา ศาลฎีกาวินิจฉัยปัญหาข้อกฎหมายว่า การรับฟังคำรับสารภาพชั้นสอบสวนซึ่งจำเลยปฏิเสธชั้นศาลมาใช้ลงโทษจำเลย โจทก์ต้องมีพยานประกอบว่าจำเลยกระทำผิดจริงและพยานประกอบนั้นมิใช่มีเพียงคำเบิกความของพนักงานสอบสวน ผู้สอบสวนคำรับสารภาพเท่านั้นคดีนี้พยานประกอบของโจทก์คือนายดอรอสะ เบิกความรับว่า ได้ขับรถยนต์บรรทุกโคดังกล่าวไปส่งที่อำเภอสายบุรีจริง ในชั้นสอบสวนจำเลยก็ให้การว่า นายดอรอสะ ได้พูดแนะนำจำเลยว่าที่อำเภอสายบุรีมีคนคอยรับซื้อโคดังกล่าวอยู่ เช่นนี้ นายดอรอสะ จึงอาจตกเป็นผู้ต้องหาฐานร่วมกันลักทรัพย์หรือรับของโจรโคดังกล่าว และนายดอรอสะ อาจซัดทอดจำเลยเพื่อให้ตนพ้นจากการตกเป็นผู้ต้องหาก็ได้ คำเบิก