ฎีกาที่ คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 6187/2539

ประเด็นกฎหมาย

ปัญหาข้อกฎหมายเกี่ยวกับความเคลือบคลุมของคำฟ้อง การมอบอำนาจให้ฟ้องคดี และผลของสัญญาแปลงหนี้ใหม่

หลักกฎหมาย

คำฟ้องที่บรรยายสภาพแห่งข้อหา คำขอบังคับ และข้ออ้างที่อาศัยเป็นหลักแห่งข้อหาโดยชัดเจนแล้ว ไม่เคลือบคลุม แม้จะไม่ระบุรายละเอียดการกู้เงินแต่ละครั้งก็ตาม การมอบอำนาจให้ฟ้องคดีโดยกรรมการผู้มีอำนาจเป็นการกระทำในฐานะผู้แทนบริษัท แม้ต่อมากรรมการจะพ้นจากตำแหน่ง หนังสือมอบอำนาจก็ไม่ระงับ และสัญญาแปลงหนี้ใหม่

คำวินิจฉัย

ศาลฎีกาพิพากษายืนตามศาลอุทธรณ์ ให้จำเลยทั้งสามร่วมกันชำระเงินจำนวน 80,968,954.83 บาท พร้อมดอกเบี้ย และหากไม่ชำระให้ยึดทรัพย์จำนองขายทอดตลาดชำระหนี้

ข้อเท็จจริงสำคัญ

จำเลยที่ 1 และที่ 2 ได้กู้เงินจากโจทก์ด้วยวิธีการนำเช็คมาขายลดและกู้เงินแบบทั่วไปหลายครั้ง และจำเลยทั้งสามได้ร่วมกันทำหนังสือรับสภาพหนี้ให้แก่โจทก์หลายครั้ง ครั้งสุดท้ายเมื่อวันที่ 14 มีนาคม 2531 จำเลยที่ 1 ซึ่งมิได้เป็นลูกหนี้มาทำสัญญารับสภาพหนี้ไว้กับโจทก์ เป็นสัญญาแปลงหนี้ใหม่ด้วยการเปลี่ยนตัวลูก

กฎหมายที่เกี่ยวข้อง

เนื้อหาคำพิพากษา (บางส่วน)

ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมายคำพิพากษาศาลฎีกาที่ 6187/2539บริษัท เงินทุน พา นิช จำกัดโจทก์นาย ธนิต ธนทิตย์ กับพวกจำเลย ป.พ.พ. ม. 193/14 (1), ม. 350 ป.วิ.พ. ม. 47, ม. 172, ม. 249 ป.รัษฎากร ข้อ 7 ( ข ) บัญชีอัตราอากรแสตมป์ท้ายประมวลรัษฎากร , คำฟ้องบรรยายว่า นับตั้งแต่ปี 2522 เป็นต้นมาจำเลยที่ 1 และที่ 2 ได้กู้เงินไปจากโจทก์ด้วยวิธีการนำเช็คมาขายลดและกู้เงินแบบทั่วไปหลายครั้ง ทุกครั้งที่กู้เงินไปก็ได้รับเงินไปครบถ้วนทุกครั้งและจำเลยทั้งสามได้ร่วมกันทำหนังสือรับสภาพหนี้ให้แก่โจทก์หลายครั้งครั้งสุดท้ายเมื่อวันที่ 14 มีนาคม 2531 คำฟ้องของโจทก์ในส่วนนี้ได้บรรยายสภาพแห่งข้อหา คำขอบังคับและข้ออ้างที่อาศัยเป็นหลักแห่งข้อหาโดยชัดเจนแล้ว ส่วนการขายลดเช็คกี่ครั้ง กู้เงินกี่ครั้ง ครั้งละเท่าใดนั้นเป็นรายละเอียดของลูกหนี้ตามหนังสือรับสารภาพหนี้ ซึ่งโจทก์สามารถนำสืบในชั้นพิจารณาได้ คำฟ้องของโจทก์จึงไม่เคลือบคลุมประเด็นเรื่องนี้ในศาลชั้นต้น จำเลยที่ 2 ไม่ได้ให้การต่อสู้คดีไว้ การที่ศาลชั้นต้นและศาลอุทธรณ์วินิจฉัยในประเด็นข้อนี้รวมถึงจำเลยที่ 2 ด้วยจึงเป็นการไม่ชอบและถือไม่ได้ว่าเป็นข้อที่ได้ยกขึ้นว่ากันในศาลชั้นต้นและศาลอุทธรณ์ ต้องห้ามฎีกาตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 249 วรรคหนึ่งถึงแม้ศาลชั้นต้นสั่งรับฎีกาของจำเลยที่ 2 ในประเด็นนี้ไว้ศาลฎีกาก็ไม่รับวินิจฉัยให้ การมอบอำนาจให้ฟ้องคดีของโจทก์โดย ผ. และ น.กรรมการผู้มีอำนาจลงลายมือชื่อและประทับตราสำคัญลงในหนังสือมอบอำนาจเป็นการกระทำในฐานะผู้แทนบริษัทโจทก์จึงเป็นการกระทำของบริษัทโจทก์ แม้ต่อมา ผ. และ น.จะพ้นจากการเป็นกรรมการของบริษัทโจทก์หนังสือมอบอำนาจนี้หาระงับไปไม่ หนังสือมอบอำนาจดังกล่าวระบุว่ามอบอำนาจให้ ป. หรือ อ. ค