ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมายคำพิพากษาศาลฎีกาที่ 6365/2547นายชูศักดิ์ คำล้นโจทก์นางเสงี่ยม คำล้นหรือภูชมชื่นจำเลย ป.พ.พ. ม. 193/9, ม. 193/30, ม. 1452, ม. 1496 (เดิม), ม. 1497 (เดิม)ขณะจำเลยจดทะเบียนสมรสกับพันโท ส. เมื่อวันที่ 3 พฤษภาคม 2525 พันโท ส. จดทะเบียนสมรสกับนาง ส. อยู่ก่อนแล้ว ฉะนั้น การสมรสระหว่างจำเลยกันพันโท ส. จึงฝ่าฝืน ป.พ.พ. มาตรา 1452 ตกเป็นโมฆะตาม ป.พ.พ. มาตรา 1496 (เดิม) การตกเป็นโมฆะดังกล่าวมีผลเท่ากับจำเลยและพันโท ส. มิได้ทำการสมรสกัน จึงไม่อาจให้สัตยาบันแก่กันได้ แม้ต่อมาภายหลังพันโท ส. จะได้จดทะเบียนหย่ากับนาง ส. เมื่อวันที่ 30 ตุลาคม 2535 ก็หาทำให้การสมรสระหว่างจำเลยและพันโท ส. กลับมีผลเป็นการสมรสที่ชอบขึ้นมาไม่ การร้องขอให้ศาลพิพากษาว่าการสมรสเป็นโมฆะตาม ป.พ.พ. มาตรา 1497 (เดิม) มิใช่เป็นการใช้สิทธิเรียกร้อง จึงไม่อาจนำเอาบทบัญญัติเรื่องอายุความตาม ป.พ.พ. มาตรา 193/9 และมาตรา 193/30 มาใช้บังคับแก่กรณีนี้ได้โจทก์ฟ้องขอให้พิพากษาว่าการสมรสระหว่างพันโท สมยศกับจำเลยเป็นโมฆะ และเพิกถอนทะเบียนสมรสดังกล่าว จำเลยให้การขอให้ยกฟ้อง ศาลชั้นต้นพิพากษาว่า การสมรสระหว่างพันโท สมยศกับจำเลยเป็นโมฆะ จำเลยอุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์ภาค ๓ พิพากษายืน จำเลยฎีกา ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า มีปัญหาที่ต้องวินิจฉัยตามฎีกาของจำเลยว่า การสมรสที่เป็นโมฆะจะสมบูรณ์ด้วยการให้สัตยาบันได้หรือไม่ จำเลยฎีกาว่า เมื่อพันโท สมยศจดทะเบียนหย่ากับนางสมศิริแล้ว คงมีแต่การจดทะเบียนสมรสระหว่างพันโท สมยศกับจำเลย จึงถือว่าพันโท สมยศให้สัตยาบันการสมรสระหว่างพันโท สมยศกับจำเลยแล้ว การสมรสระหว่างพันโท สมยศกับจำเลยย่อมกลับมีผลสมบูรณ์ตามกฎหมายไม่ตกเป็นโมฆะ เห็นว่า ขณะที่พันโท สมยศจดทะเบียนสมรสกับจำเลยนั้น พันโท สมยศม