ฎีกาที่ คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2217/2548

ประเด็นกฎหมาย

ความรับผิดของผู้ว่าราชการจังหวัดในการอนุมัติจัดซื้อพัสดุโดยไม่ชอบด้วยระเบียบ และสิทธิในการฎีกาเพื่อให้บุคคลอื่นร่วมรับผิดเมื่อคดีส่วนนั้นยุติแล้ว

หลักกฎหมาย

ผู้มีอำนาจอนุมัติชั้นสุดท้ายต้องใช้ความระมัดระวังไตร่ตรองให้รอบคอบ ไม่ใช่เพียงลงนามตามผู้ใต้บังคับบัญชา หากอนุมัติโดยประมาทเลินเล่อทำให้ส่วนราชการเสียหาย ต้องร่วมรับผิดตาม ป.พ.พ. มาตรา 420 และคดีที่ยุติแล้วเนื่องจากโจทก์ไม่อุทธรณ์ จำเลยไม่อาจฎีกาให้บุคคลอื่นร่วมรับผิดได้ตาม ป.วิ.พ. มาตรา 249

คำวินิจฉัย

พิพากษายืนตามคำพิพากษาศาลอุทธรณ์ภาค 1 ให้จำเลยที่ 5 ถึงที่ 9 ร่วมกันชำระเงิน 469,550.81 บาท พร้อมดอกเบี้ยอัตราร้อยละ 7.5 ต่อปี ของต้นเงิน 341,491.50 บาท นับแต่วันฟ้องจนกว่าจะชำระเสร็จแก่โจทก์

ข้อเท็จจริงสำคัญ

จำเลยที่ 9 ในฐานะผู้ว่าราชการจังหวัดอนุมัติจัดซื้อหนังสือประกอบหลักสูตรโดยวิธีกรณีพิเศษจากร้านสหกรณ์กลาโหม จำกัด ซึ่งมิใช่หน่วยราชการหรือรัฐวิสาหกิจ ทั้งที่ไม่มีความจำเป็นเร่งด่วนและขัดต่อระเบียบกระทรวงมหาดไทยว่าด้วยการพัสดุฯ ทำให้โจทก์ซื้อหนังสือในราคาแพงเกินจริงเล่มละ 20.51 บาท

กฎหมายที่เกี่ยวข้อง

เนื้อหาคำพิพากษา (บางส่วน)

ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมายคำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2217/2548สำนักงานคณะกรรมการการประถมศึกษาแห่งชาติโจทก์นายเมตตา พุ่มชูศรี กับพวกจำเลย ป.พ.พ. ม. 420 ป.วิ.พ. ม. 249 ระเบียบกระทรวงมหาดไทย ว่าด้วยการพัสดุของหน่วยการบริหารราชการส่วนท้องถิ่น พ.ศ.2522 จำเลยที่ 9 ดำรงตำแหน่งผู้ว่าราชการจังหวัด ได้ลงนามอนุมัติจัดซื้อหนังสือแบบทดสอบประเมินผลฉบับบูรณาการชั้นประถมศึกษาปีที่ 1 ซึ่งเป็นหนังสือประกอบหลักสูตรเท่านั้น โดยวิธีกรณีพิเศษ ทั้งที่ไม่มีความจำเป็นเร่งด่วนในการจัดซื้อและซื้อจากร้านสหกรณ์กลาโหม จำกัด ซึ่งมิใช่หน่วยราชการหรือรัฐวิสาหกิจ อันเป็นการขัดระเบียบกระทรวงมหาดไทยว่าด้วยการพัสดุของหน่วยการบริหารราชการส่วนท้องถิ่น พ.ศ. 2522 แม้หนังสือที่ขออนุมัติจัดซื้อได้ผ่านการตรวจสอบของจำเลยร่วมที่ 1 ซึ่งเป็นหัวหน้าส่วนการคลัง องค์การบริหารส่วนจังหวัด จำเลยร่วมที่ 2 ซึ่งเป็นปลัดจังหวัด และจำเลยร่วมที่ 3 ซึ่งเป็นรองผู้ว่าราชการจังหวัดในขณะนั้นก็ตาม แต่จำเลยที่ 9 เป็นผู้อนุมัติชั้นสุดท้ายต้องไตร่ตรองให้ละเอียดรอบคอบ ไม่ใช่เพียงแต่ลงนามอนุมัติผ่านไปตามความเห็นของผู้ใต้บังคับบัญชาเท่านั้น เมื่อการอนุมัติจัดซื้อเป็นเหตุให้โจทก์ซื้อหนังสือพิพาทแพงไป การกระทำของจำเลยที่ 9 จึงเป็นความประมาทเลินเล่อทำให้โจทก์เสียหาย ต้องร่วมรับผิดต่อโจทก์ ส่วนที่จำเลยที่ 9 ฎีกาขอให้จำเลยที่ 1 ถึงที่ 3 ร่วมรับผิดต่อโจทก์ด้วยนั้น เมื่อศาลชั้นต้นพิพากษายกฟ้อง โจทก์มิได้อุทธรณ์ขอให้จำเลยร่วมที่ 1 ถึงที่ 3 รับผิดต่อโจทก์ คดีสำหรับจำเลยร่วมที่ 1 ถึงที่ 3 จึงยุติไปตามคำพิพากษาศาลชั้นต้น จำเลยที่ 9 ไม่อาจแก้อุทธรณ์เพื่อให้จำเลยร่วมที่ 1 ถึงที่ 3 รับผิดต่อโจทก์ได้ ที่ศาลอุทธรณ์ภาค 1 วินิจฉัยถึงความรับผิดของจำเลยร่วมที่ 1 ถึง