ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมายคำพิพากษาศาลฎีกาที่ 389/2541นาง จำ เริญ คล้ายรักษ์โจทก์นาย เปล่ง ศ รี สุขจำเลย ป.พ.พ. ม. 1349 ป.วิ.พ. ม. 94, ม. 127, ม. 249ทางสาธารณประโยชน์ที่ระบุไว้ในแผนที่หนังสือรับรองการทำประโยชน์ของที่ดินโจทก์ปัจจุบันหมดสภาพเป็นทางสาธารณประโยชน์แล้วนอกจากทางพิพาทแล้วที่ดินโจทก์ไม่มีทางอื่นใดออกสู่ทางสาธารณะอีก ทางพิพาทจึงเป็นทางจำเป็น ของที่ดินโจทก์ซึ่งโจทก์และบริวารใช้เป็นทางเข้าออกสู่ ทางสาธารณะการที่จำเลยมาล้อมรั้วลวดหนามปิดกั้นทางดังกล่าว โจทก์ย่อมฟ้องขอให้รื้อถอนรั้วลวดหนามเพื่อเปิดทางพิพาทได้ ตามนัยแห่ง ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 1349 วรรคหนึ่ง ปัญหาว่า ตามแผนที่ในหนังสือรับรองการทำประโยชน์ของที่ดินโจทก์ระบุว่า ที่ดินโจทก์ตั้งอยู่ติดกับทางสาธารณประโยชน์อันเป็นเอกสารมหาชนการที่โจทก์นำสืบว่าปัจจุบันทางสาธารณประโยชน์ดังกล่าวสิ้นสภาพ และไม่มีอีกต่อไปเป็นการนำสืบ เปลี่ยนแปลงแก้ไขเอกสาร ต้องห้ามมิให้นำสืบตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 94 หรือไม่นั้นเป็นข้อที่มิได้ยกขึ้นว่ากล่าวกันมาแล้วโดยชอบในศาลชั้นต้นและศาลอุทธรณ์จำเลยเพิ่งยกขึ้นมากล่าวอ้างในคำแก้ฎีกาจึงต้องห้ามตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 249 วรรคหนึ่ง ศาลฎีกาไม่รับวินิจฉัยให้โจทก์ฟ้องว่า จำเลยทำรั้วลวดหนามปิดทางมิให้โจทก์ซึ่งเป็นเจ้าของที่ดินใช้เป็นทางเข้าออกสู่ทางสาธารณะ ซึ่งโจทก์และบริวารใช้ทางดังกล่าวมาตั้งแต่ปี 2519 ถึงปัจจุบันเป็นเวลา19 ปี แล้วโดยไม่มีผู้ใดคัดค้าน ขอให้บังคับจำเลยรื้อรั้วลวดหนามเปิดทางแก่โจทก์ตามสภาพเดิม หากจำเลยบิดพลิ้วให้ถือเอาคำพิพากษาเป็นการแสดงเจตนาแทน โดยให้โจทก์ดำเนินการเองและคิดค่าใช้จ่ายจากจำเลยจำเลยให้การว่า ที่ดินของโจทก์ด้านทิศตะวันตก