ฎีกาที่ คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 3005/2541

ประเด็นกฎหมาย

ปัญหาข้อกฎหมายเกี่ยวกับการพิจารณาพิพากษาคดีแรงงานเมื่อจำเลยขาดนัด และความรับผิดของผู้รับเหมาชั้นต้นในค่าจ้างค้างจ่าย รวมถึงอัตราดอกเบี้ยผิดนัด

หลักกฎหมาย

ในการพิจารณาพิพากษาคดีแรงงาน แม้จำเลยขาดนัด หากศาลเห็นว่าตามคำฟ้อง คำให้การ คำแถลงของคู่ความและพยานหลักฐานอื่นที่ปรากฏในสำนวนพอวินิจฉัยได้แล้ว ศาลมีอำนาจพิพากษาไปได้โดยไม่ต้องสืบพยานอีก ตามประกาศของคณะปฏิวัติ ฉบับที่ 103 ข้อ 7 ผู้รับเหมาชั้นต้นต้องร่วมรับผิดกับผู้รับเหมาช่วงซึ่งเป็นนายจ้างในค่าจ้างท

คำวินิจฉัย

พิพากษายืน ให้จำเลยทั้งสามร่วมกันจ่ายค่าจ้างค้างจ่ายตามจำนวนที่ศาลแรงงานกลางกำหนด พร้อมดอกเบี้ยอัตราร้อยละ 15 ต่อปี นับแต่วันฟ้องจนกว่าจะชำระเสร็จ

ข้อเท็จจริงสำคัญ

จำเลยที่ 1 เป็นผู้รับเหมาช่วงและเป็นนายจ้างของโจทก์ทั้งเก้า จำเลยที่ 2 เป็นผู้รับเหมาชั้นต้น จำเลยที่ 3 เป็นหุ้นส่วนผู้จัดการของจำเลยที่ 2 จำเลยที่ 1 จ้างโจทก์ทั้งเก้าทำงานก่อสร้างสำนักงานตั้งแต่เดือนกรกฎาคม 2540 ถึงวันที่ 30 ตุลาคม 2540 และค้างจ่ายค่าจ้าง จำเลยที่ 1 ขาดนัดและขาดนัดพิจารณา จำเลยที่

กฎหมายที่เกี่ยวข้อง

เนื้อหาคำพิพากษา (บางส่วน)

ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมายคำพิพากษาศาลฎีกาที่ 3005/2541นาย มนต์ชัย สมุนโจทก์นาย สม นึก นำ อุทิศ กับพวกจำเลย ป.พ.พ. ม. 204 ป.วิ.พ. ม. 86, ม. 104 พ.ร.บ.จัดตั้งศาลแรงงานและวิธีพิจารณาคดีแรงงาน พ.ศ.2522 ม. 40, ม. 43, ม. 45 ประกาศของคณะปฏิวัติ ฉบับที่ 103 พ.ศ.2515 หนึ่ง ข้อ 7 ประกาศกระทรวงมหาดไทย เรื่อง การคุ้มครองแรงงาน หนึ่ง ข้อ 31ในการพิจารณาพิพากษาคดีแรงงาน แม้ในกรณีจำเลยขาดนัดที่ให้ศาลชี้ขาดตัดสินคดีไปฝ่ายเดียวนั้นหากศาลแรงงานเห็นว่าตามคำฟ้อง คำให้การคำแถลงของคู่ความ และพยานหลักฐานอื่นที่ปรากฏอยู่ในสำนวนคดีพอวินิจฉัยได้แล้วศาลแรงงานย่อมมีอำนาจพิจารณา พิพากษาคดีไปได้โดยไม่จำต้องสืบพยานหลักฐานของ โจทก์หรือจำเลย ประกาศของคณะปฏิวัติ ฉบับที่ 103 ข้อ 7 วรรคหนึ่งกำหนดให้ผู้รับเหมาชั้นต้นต้องร่วมรับผิดกับผู้รับเหมาช่วงซึ่งเป็นนายจ้างในค่าจ้างที่ต้องจ่ายให้แก่ลูกจ้างจำเลยที่ 1 เป็นผู้รับเหมาช่วงและเป็นนายจ้างโจทก์ยังไม่ชำระค่าจ้างให้โจทก์ จำเลยที่ 2 ซึ่งเป็นผู้รับเหมาชั้นต้น และจำเลยที่ 3 ซึ่งเป็นหุ้นส่วนผู้จัดการจำเลยที่ 2 จึงต้องร่วมรับผิดกับจำเลยที่ 1 ในค่าจ้างตามประกาศของคณะปฏิวัติฉบับดังกล่าว ประกาศกระทรวงมหาดไทย เรื่อง การคุ้มครองแรงงานข้อ 31 วรรคหนึ่ง กำหนดไว้เป็นการเฉพาะให้นายจ้างที่ผิดนัดในการจ่ายค่าจ้างต้องจ่ายดอกเบี้ยแก่ลูกจ้างในระหว่างผิดนัดอัตราร้อยละ 15 ต่อปี ดังนั้น เมื่อจำเลยซึ่งเป็นนายจ้างผิดนัดไม่จ่ายค่าจ้างแก่โจทก์ซึ่งเป็นลูกจ้างจำเลยจึงต้องจ่ายดอกเบี้ยให้โจทก์ในอัตราร้อยละ 15 ต่อปีคดีทั้งเก้าสำนวนศาลแรงงานกลางให้รวมพิจารณาพิพากษาเข้าด้วยกัน โดยให้เรียกโจทก์ตามลำดับสำนวนว่า โจทก์ที่ 1ถึงโจทก์ที่ 9โจทก์ทั้งเก้าสำนวนฟ้องใจความว่า จำเลยที่ 2 เป็นนิติ