ฎีกาที่ คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 304/2534
ประเด็นกฎหมาย
ละเมิดโดยประมาทเลินเล่อของพนักงานเจ้าหน้าที่ในการออกโฉนดที่ดินทับที่หลวงและการจดทะเบียนโอนกรรมสิทธิ์
หลักกฎหมาย
พระบรมราชโองการที่ประกาศในราชกิจจานุเบกษากำหนดเขตที่ดินไว้โดยละเอียดมีผลเป็นกฎหมายที่บุคคลทุกคนต้องรับรู้ว่าที่ดินนั้นเป็นที่หลวง แม้ยังมิได้ลงแนวเขตในระวางแผนที่ก็ตาม การที่พนักงานเจ้าหน้าที่ออกโฉนดทับที่หลวงและจดทะเบียนโอนกรรมสิทธิ์ในขณะที่อยู่ระหว่างการรังวัดสอบเขตเป็นการกระทำโดยประมาทเลินเล่อเป็
คำวินิจฉัย
พิพากษากลับ ให้จำเลยทั้งสองร่วมกันใช้เงิน 3,030,000 บาท พร้อมดอกเบี้ยอัตราร้อยละเจ็ดครึ่งต่อปี นับแต่วันที่ 18 พฤษภาคม 2526 เป็นต้นไปจนกว่าจะชำระเสร็จแก่โจทก์
ข้อเท็จจริงสำคัญ
ที่ดินพิพาทอยู่ในเขตพระราชนิเวศน์มฤคทายวันซึ่งเป็นที่หลวงตามพระบรมราชโองการรัชกาลที่ 6 พ.ศ. 2467 พนักงานเจ้าหน้าที่ออกโฉนดให้เอกชนในปี 2500 และจดทะเบียนโอนให้โจทก์ในปี 2510 ขณะที่สำนักงานทรัพย์สินส่วนพระมหากษัตริย์กำลังรังวัดสอบเขต ต่อมาจำเลยที่ 1 เพิกถอนโฉนดเนื่องจากออกทับที่หลวง
กฎหมายที่เกี่ยวข้อง
เนื้อหาคำพิพากษา (บางส่วน)
ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมายคำพิพากษาศาลฎีกาที่ 304/2534นาย สุเทพ ว่องไววิทย์ กับพวกโจทก์กรมที่ดิน กับพวกจำเลย ป.พ.พ. ม. 76, ม. 420 ป.ที่ดิน ม. 8 ตรี กฎกระทรวง ฉบับที่ 26 (พ.ศ.2516) ที่ดินพิพาทได้มีการจัดทำระวางแผนที่ตั้งแต่เมื่อปี พ.ศ. 2454ก่อนที่พระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัวรัชกาลที่ 6 จะมีพระบรมราชโองการกำหนดเขตที่ดินดังกล่าวให้เป็นเขตพระราชนิเวศน์มฤคทายวันในปี พ.ศ. 2467 พระบรมราชโองการดังกล่าวเป็นพระบรมราชโองการของพระมหากษัตริย์ในสมัยสมบูรณาญาสิทธิราชย์ทั้งได้ประกาศในราชกิจจานุเบกษากำหนดเขตที่ดินทั้งสี่ด้านไว้โดยละเอียด จึงมีผลเป็นกฎหมายที่บุคคลทุกคนรวมทั้งจำเลยทั้งสองจะต้องรับรู้ว่าที่ดินในบริเวณดังกล่าวเป็นที่หลวง แม้ขณะที่มีการออกโฉนดที่ดินพิพาท ยังมิได้มีการลงแนวเขตพระราชนิเวศน์มฤคทายวันในระวางแผนที่ เนื่องจากสำนักงานทรัพย์สินส่วนพระมหากษัตริย์ซึ่งเป็นผู้ดูแลรักษายังมิได้มีคำขอให้ออกหนังสือสำคัญสำหรับที่หลวง ตามที่ระบุไว้ในกฎกระทรวง ฉบับที่ 26(พ.ศ. 2516) แต่กฎกระทรวงฉบับดังกล่าวเพิ่งจะออกมาใช้บังคับในภายหลัง จำเลยทั้งสองจะอ้างว่าไม่ทราบว่าที่ดินพิพาทอยู่ในเขตพระราชนิเวศน์มฤคทายวันเพราะเหตุดังกล่าวหาได้ไม่ นอกจากนี้ขณะที่มีการจดทะเบียนสิทธิและนิติกรรมโอนกรรมสิทธิ์ที่ดินพิพาทแก่โจทก์ทั้งสามเมื่อปี พ.ศ. 2510 ที่ดินพิพาทอยู่ในระหว่างรังวัดสอบเขตตามคำขอของสำนักงานทรัพย์สินส่วนพระมหากษัตริย์ ซึ่งเจ้าพนักงานที่ดินของจำเลยที่ 1 ย่อมต้องทราบดีและควรระงับการโอนไว้ก่อน แต่หาได้กระทำเช่นนั้นไม่ การที่พนักงานเจ้าหน้าที่ของจำเลยทั้งสองออกโฉนดที่ดินพิพาททับเขตที่ดินพระราชนิเวศน์มฤคทายวันและจดทะเบียนสิทธิและนิติกรรมโอนกรรมสิทธิ์ที่ดินพิพาทแก่โจทก์ทั้งสาม เป็นการกระทำ