ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมายคำพิพากษาศาลฎีกาที่ 5414/2549นางยุวดี ตั้งฤดีโจทก์นางติ๋ม ศรีมูลผาจำเลย ป.พ.พ. ม. 240, ม. 224, ม. 653, ม. 715สัญญาจำนองเป็นหลักฐานแห่งหนี้ซึ่งจำเลยลงลายมือชื่อไว้จึงเป็นหลักฐานเป็นหนังสือที่โจทก์นำมาฟ้องบังคับจำเลยผู้ลงลายมือชื่อไว้ได้ ส่วนจำนวนเงินกู้ที่ระบุไว้ 800,000 บาท เมื่อจำเลยต่อสู้และนำสืบพยานหลักฐานหักล้างและฟังได้ว่า จำเลยได้กู้ยืมเงินจากโจทก์เพียง 400,000 บาท ก็เป็นเพียงการทำให้จำนวนหนี้ในสัญญาจำนองนั้นไม่สมบูรณ์เท่านั้น มิใช่กรณีที่ทำให้สัญญาจำนองเป็นเอกสารที่มีการทำปลอมขึ้นทั้งหมดหรือแต่บางส่วน โจทก์หักเงิน 60,000 บาท เป็นค่าดอกเบี้ย 3 เดือนไว้ ซึ่งเกินกว่าอัตราที่กฎหมายกำหนด ข้อตกลงเรื่องดอกเบี้ยเป็นโมฆะ แต่จำเลยต้องรับผิดชำระดอกเบี้ยอัตราร้อยละ 7.5 ต่อปี นับแต่วันผิดนัด ตาม ป.พ.พ. มาตรา 224 วรรคหนึ่ง ดังนั้น เมื่อสัญญาจำนองทำเมื่อวันที่ 10 สิงหาคม 2542 และกำหนดไถ่ถอนภายใน 1 ปี ถือว่าเป็นกำหนดเวลาชำระหนี้ตามวันแห่งปฏิทิน เมื่อจำเลยมิได้ชำระหนี้ตามกำหนดจำเลยจึงตกเป็นผู้ผิดนัดทันทีนับแต่วันที่ 11 สิงหาคม 2543 ตาม ป.พ.พ. มาตรา 204 วรรคสองโจทก์ฟ้องว่า เมื่อวันที่ 10 สิงหาคม 2542 จำเลยกู้ยืมเงินและรับเงินกู้จำนวน 800,000 บาท ไปจากโจทก์ โดยจำเลยจดทะเบียนจำนองที่ดินโฉนดเลขที่ 472 พร้อมสิ่งปลูกสร้างเป็นประกันหนี้ไว้ต่อโจทก์ และให้ถือสัญญาจำนองเป็นหลักฐานการกู้ยืมเงิน กำหนดไถ่ถอนจำนองภายใน 1 ปี ยอมเสียดอกเบี้ยในอัตราร้อยละ 15 ต่อปี นับแต่ทำสัญญา จำเลยไม่เคยชำระดอกเบี้ยและต้นเงินให้โจทก์ เมื่อครบกำหนดไถ่ถอน จำเลยไม่ไถ่ถอน โจทก์ติดตามทวงถามหลายครั้ง จำเลยเพิกเฉย เป็นเหตุให้โจทก์ได้รับความเสียหายถึงวันฟ้องจำเลยค้างชำระต้นเงินกู้จำนวน 800,0