ฎีกาที่ คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1539/2548
กฎหมายที่เกี่ยวข้อง
เนื้อหาคำพิพากษา (บางส่วน)
ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมายคำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1539/2548นายสุทน สุวรรณประดิษฐ์โจทก์นางทุม ปราบวงษา กับพวกจำเลย ป.พ.พ. ม. 653, ม. 680 ป.วิ.พ. ม. 82, ม. 245, ม. 249จำเลยที่ 1 กู้ยืมเงินไปจากโจทก์ 45,000 บาท และลงลายมือชื่อในสัญญากู้ยืมเงินที่ยังไม่ได้กรอกจำนวนเงินไว้ แล้วมีการนำสัญญากู้ยืมเงินไปกรอกจำนวนเงินกู้เป็น 200,000 บาท ในภายหลัง โดยจำเลยที่ 1 ไม่ได้ยินยอม สัญญากู้ยืมเงินดังกล่าวจึงเป็นเอกสารปลอม ถือได้ว่าโจทก์มิได้มีหลักฐานแห่งการกู้ยืมเงินเป็นหนังสือ โจทก์จึงไม่อาจฟ้องร้องให้บังคับคดีได้ตาม ป.พ.พ. มาตรา 653 วรรคหนึ่ง ดังนั้น แม้จำเลยที่ 1 ให้การรับว่าได้กู้และรับเงินกู้ไปเป็นเงิน 45,000 บาท จำเลยที่ 1 ก็ไม่ต้องรับผิดชำระเงินจำนวนดังกล่าวและแม้จำเลยที่ 2 จะมิได้ฎีกามาด้วย คงมีแต่จำเลยที่ 1 ฎีกายกเหตุดังกล่าว แต่จำเลยที่ 2 ซึ่งเป็นผู้ค้ำประกันจะต้องชำระหนี้เป็นอย่างเดียวกับจำเลยที่ 1 ถือเป็นการชำระหนี้อันไม่อาจแบ่งแยกได้ ศาลฎีกามีอำนาจพิพากษาให้มีผลไปถึงจำเลยที่ 2 ได้ ตาม ป.วิ.พ. มาตรา 245 (1)โจทก์ฟ้องว่า เมื่อวันที่ 4 สิงหาคม 2538 จำเลยที่ 1 ทำสัญญากู้ยืมเงินจำนวน 200,000 บาท ไปจากโจทก์ อัตราดอกเบี้ยร้อยละ 15 ต่อปี กำหนดชำระหนี้เสร็จภายในวันที่ 4 สิงหาคม 2539 มีจำเลยที่ 2 ทำสัญญาค้ำประกันยอมรับผิดอย่างลูกหนี้ร่วมหลังจากทำสัญญาจำเลยที่ 1 ผิดนัดไม่ชำระดอกเบี้ยและต้นเงินแก่โจทก์เลย โจทก์ติดตามทวงถามแล้วแต่จำเลยทั้งสองเพิกเฉยโจทก์ขอคิดดอกเบี้ยค้างชำระถึงวันฟ้องเป็นเวลาเพียง 5 ปี เป็นเงิน 150,000 บาท รวมเป็นหนี้ต้นเงินและดอกเบี้ยจำนวน 350,000 บาท ขอให้บังคับจำเลยทั้งสองชำระเงินแก่โจทก์จำนวน 350,000 บาท พร้อมดอกเบี้ยอัตราร้อยละ 15 ต่อปี ของต้นเงิน 200,000 บาท นับถัดจากว