การบอกเลิกจ้างโดยผู้จัดการฝ่ายธุรการบุคคลซึ่งเป็นตัวแทนเชิดของนายจ้าง มีผลผูกพันนายจ้างหรือไม่
พฤติการณ์ที่บุคคลซึ่งมีตำแหน่งเป็นผู้จัดการฝ่ายธุรการบุคคลเป็นผู้รับลูกจ้างเข้าทำงาน ทำสัญญาจ้างแทนนายจ้าง และเป็นผู้เรียกตำหนิเมื่อลูกจ้างบกพร่องต่อหน้าที่ ถือได้ว่านายจ้างได้เชิดบุคคลดังกล่าวออกแสดงเป็นตัวแทน หรือรู้แล้วยอมให้เชิดตัวเป็นตัวแทนในการจ้างหรือเลิกจ้าง การบอกเลิกจ้างโดยบุคคลดังกล่าวจึง
ศาลฎีกาพิพากษายืนตามคำพิพากษาศาลแรงงานกลางที่ให้จำเลยจ่ายสินจ้างแทนการบอกกล่าวล่วงหน้า ค่าชดเชย และเงินสะสมแก่โจทก์ และยกฟ้องแย้งของจำเลย
นางสาววันเพ็ญ คูประเสริฐวงศ์ ตำแหน่งผู้จัดการฝ่ายธุรการบุคคล เป็นผู้รับโจทก์เข้าทำงาน ทำสัญญาจ้างแทนจำเลย และเมื่อโจทก์บกพร่องต่อหน้าที่ นางสาววันเพ็ญเป็นผู้เรียกโจทก์ไปตำหนิ ต่อมานางสาววันเพ็ญบอกเลิกจ้างโจทก์
ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมายคำพิพากษาศาลฎีกาที่ 968/2539นาย สุมิตร ศรีไชยานนท์โจทก์บริษัท สยามยูในเต็ดไซเคิล จำกัดจำเลย ป.พ.พ. ม. 575, ม. 582, ม. 821 ประกาศกระทรวงมหาดไทย เรื่อง การคุ้มครองแรงงาน ข้อ 2, ข้อ 46ว. เป็นผู้รับโจทก์เข้าทำงานในบริษัทจำเลยเป็นผู้ทำสัญญาจ้างโจทก์แทนจำเลยซึ่งตามหนังสือจ้างงานดังกล่าวระบุว่าว. มีตำแหน่งเป็นผู้จัดการฝ่ายธุรการบุคคลของบริษัทจำเลยและเมื่อมีกรณีที่โจทก์บกพร่องต่อหน้าที่ว.ก็เป็นผู้เรียกโจทก์ไปตำหนิเป็นพฤติการณ์ที่ถือได้ว่าจำเลยได้เชิดว.ออกแสดงเป็นตัวแทนของจำเลยหรือรู้แล้วยอมให้ว. เชิดตัวเขาเองออกแสดงเป็นตัวแทนของจำเลยในการจ้างหรือเลิกจ้างโจทก์ได้ดังนั้นการที่ว. บอกเลิกจ้างโจทก์จึงมีผลผูกพันจำเลยเสมือนว่าว.เป็นตัวแทนของจำเลยตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์มาตรา821โจทก์ฟ้องว่า จำเลยโดยนางสาววันเพ็ญ คูประเสริฐวงศ์ตำแหน่งผู้จัดการฝ่ายธุรการและบุคคลได้จ้างโจทก์เข้าทำงานตำแหน่งผู้จัดการโรงงาน ได้รับค่าจ้างอัตราสุดท้ายเดือนละ 32,800บาท กำหนดจ่ายค่าจ้างทุกวันที่ 15 และวันสิ้นเดือน ต่อมาวันที่20 มิถุนายน 2537 จำเลยโดยนางสาววันเพ็ญได้บอกเลิกจ้างโจทก์โดยให้มีผลเป็นการเลิกจ้างวันที่ 30 มิถุนายน 2537 โดยโจทก์ไม่ได้กระทำผิดและไม่ได้บอกกล่าวล่วงหน้า กับจำเลยค้างจ่ายเงินสะสมแก่โจทก์จำนวน 23,582.40 บาท ขอให้บังคับจำเลยจ่ายสินจ้างแทนการบอกกล่าวล่วงหน้า 16,400 บาท ค่าชดเชย 98,400 บาท และเงินสะสม 23,582.40 บาท แก่โจทก์จำเลยให้การและฟ้องแย้งว่า นางสาววันเพ็ญ คูประเสริฐวงศ์ไม่มีอำนาจที่จะเลิกจ้างโจทก์ จำเลยไม่ได้เลิกจ้างโจทก์ โดยเมื่อโจทก์รับเงินเดือนเมื่อวันสิ้นเดือนมิถุนายน 2537 แล้วไม่มาทำงานอีกเลย จำเลยจึงไม่ต้องรับผิดต่อโจทก์ในสินจ้างแทนการบอกกล่าวล่วง