การเรียกค่าจ้างว่าความซึ่งกำหนดจำนวนเงินไว้แน่นอนไม่เป็นการแบ่งเอาส่วนจากทรัพย์สินที่เป็นมูลพิพาทอันจะพึงได้แก่ลูกความ จึงไม่เป็นโมฆะ และอายุความฟ้องเ
การเรียกค่าจ้างว่าความตามสัญญาจ้างที่กำหนดจำนวนเงินไว้แน่นอน ไม่ใช่การแบ่งเอาส่วนจากทรัพย์สินที่เป็นมูลพิพาทอันจะพึงได้แก่ลูกความ จึงไม่เป็นโมฆะ และอายุความฟ้องเรียกเงินค่าจ้างว่าความมีกำหนด 2 ปีตาม ป.พ.พ. มาตรา 165(15) โดยเริ่มนับแต่วันที่คดีถึงที่สุดซึ่งเป็นวันที่โจทก์อาจบังคับสิทธิเรียกร้องได้
ศาลฎีกาพิพากษายืนตามคำพิพากษาศาลอุทธรณ์ที่ให้จำเลยชำระเงินแก่โจทก์ 450,000 บาท พร้อมด้วยดอกเบี้ยร้อยละ 7.5 ต่อปีนับแต่วันฟ้องจนกว่าจะชำระเสร็จ
จำเลยว่าจ้างโจทก์เป็นทนายความในคดีแพ่งและคดีอาญา โดยตกลงค่าจ้างเป็นจำนวนเงินแน่นอน 250,000 บาท และ 200,000 บาท ตามลำดับ โดยสัญญาระบุให้ชำระค่าจ้างเมื่อคดีถึงที่สุด โจทก์ฟ้องเรียกค่าจ้างเมื่อวันที่ 13 มกราคม 2515 หลังจากคดีถึงที่สุดเมื่อวันที่ 17 พฤษภาคม 2514 และ 1 พฤศจิกายน 2513
ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมายคำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2171/2519นายสมบัติ วัฒนาโจทก์นายเชื้อ ศิริรัชตกูลจำเลย ป.พ.พ. ม. 113, ม. 165 (15), ม. 169, ม. 587 ป.วิ.พ. ม. 249 พ.ร.บ.ทนายความ พ.ศ.2508 การเรียกค่าจ้างว่าความซึ่งกำหนดจำนวนเงินไว้แน่นอนนั้นหาใช่เป็นการแบ่งเอาส่วนจากทรัพย์สินที่เป็นมูลพิพาทอันจะพึงได้แก่ลูกความไม่ ไม่เป็นโมฆะ และปัญหานี้เป็นปัญหาข้อกฎหมายอันเกี่ยวด้วยความสงบเรียบร้อยของประชาชน แม้ศาลอุทธรณ์จะมิได้วินิจฉัยให้ก็ตาม จำเลยชอบที่จะยกขึ้นอ้างในชั้นฎีกาได้สัญญาจ้างว่าความมีว่า จำเลยจะให้ค่าจ้างแก่โจทก์เมื่อคดีถึงที่สุดแล้วสิทธิเรียกร้องของโจทก์จึงอาจเริ่มบังคับได้เมื่อคดีถึงที่สุดอายุความฟ้องเรียกเงินค่าจ้างว่าความมีกำหนด 2 ปีตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 165(15)โจทก์ฟ้องว่า เมื่อวันที่ 29 พฤศจิกายน 2508 จำเลยได้ว่าจ้างโจทก์ฟ้องนางสาวประเสริฐ เอกพจน์ ให้โอนขายที่ดินโฉนดที่ 1077 ให้จำเลย และให้โจทก์ฟ้องเพิกถอนนิติกรรมการโอนที่ดินดังกล่าว ซึ่งนางสาวประเสริฐได้จดทะเบียนโอนขายให้พันตำรวจตรีกมล ชโนวรรณ และพันตำรวจตรีกมลจดทะเบียนโอนขายต่อให้นายกำพล วัชรพล โดยจำเลยตกลงให้ค่าจ้างโจทก์เป็นเงิน 250,000บาท และเมื่อวันที่ 2 พฤษภาคม 2509 จำเลยได้จ้างโจทก์ว่าความแทนทนายความคนเดิมซึ่งจำเลยได้ยื่นฟ้องพันตำรวจตรีกมล ชโนวรรณ ข้อหาฐานปลอมหนังสือใช้หนังสือปลอม เป็นเงิน 200,000 บาท โจทก์ได้ดำเนินคดีให้จำเลยแล้ว จำเลยไม่ยอมชำระค่าจ้างว่าความให้โจทก์ ขอบังคับจำเลยชำระเงิน 450,000 บาทพร้อมด้วยดอกเบี้ยในอัตราร้อยละ 7 ครึ่งต่อปี นับแต่วันฟ้องจนกว่าจะชำระเสร็จจำเลยให้การว่า เคยว่าจ้างโจทก์เป็นทนายความตกลงค่าจ้างกันเป็นเงิน250,000 บาท โดยตกลงว่าให้โจทก์ฟ้องคดีอาญาพันตำรวจตรีกมล ชโน