โจทก์มีอำนาจฟ้องผู้รับประกันภัย (จำเลยที่ 2) หรือไม่ หลังจากลูกหนี้ (จำเลยที่ 1) หลุดพ้นจากหนี้ตามกฎหมายฟื้นฟูกิจการ
ตามมาตรา 90/60 วรรคสอง แห่งพระราชบัญญัติล้มละลาย พ.ศ.2483 แก้ไขเพิ่มเติมโดยฉบับที่ 4 พ.ศ.2541 คำสั่งของศาลซึ่งเห็นชอบด้วยแผนไม่มีผลเปลี่ยนแปลงความรับผิดของบุคคลซึ่งเป็นหุ้นส่วนกับลูกหนี้ หรือผู้รับผิดร่วมกับลูกหนี้ หรือผู้ค้ำประกันหรืออยู่ในลักษณะอย่างผู้ค้ำประกันของลูกหนี้ในหนี้ที่มีอยู่ก่อนวันที่ศ
พิพากษายืน คืนค่าขึ้นศาลชั้นอุทธรณ์และชั้นฎีกาส่วนที่เกิน 200 บาท ให้แก่โจทก์และจำเลยที่ 2 ตามลำดับ ค่าฤชาธรรมเนียมชั้นฎีกาให้เป็นพับ
โจทก์เป็นผู้รับประกันภัยทรัพย์สินของบริษัทผู้เอาประกันภัยทั้งสาม จำเลยที่ 1 ประกอบธุรกิจโรงกลั่นน้ำมัน จำเลยที่ 2 เป็นผู้รับประกันภัยความเสียหายที่เกิดขึ้นแก่ทรัพย์สินของจำเลยที่ 1 และบุคคลภายนอก ระยะเวลาคุ้มครองตั้งแต่วันที่ 30 กันยายน 2542 ถึงวันที่ 30 กันยายน 2543 เมื่อวันที่ 2 ธันวาคม 2542 โรงกล
ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมายคำพิพากษาศาลฎีกาที่ 4814/2550บริษัทภัทรประกันภัย จำกัด (มหาชน)โจทก์บริษัทไทยออยส์ จำกัด กับพวกจำเลย ป.พ.พ. ม. 420, ม. 887 ป.วิ.พ. ม. 55, ตาราง 1 (2) (ก) ท้าย ป.วิ.พ. พ.ร.บ.ล้มละลาย (ฉบับที่ 4) พ.ศ.2541 ม. 90/60 วรรคสองพ.ร.บ.ล้มละลายฯ มาตรา 90/60 วรรคสอง บัญญัติว่า คำสั่งของศาลซึ่งเห็นชอบด้วยแผนไม่มีผลเปลี่ยนแปลงความรับผิดของบุคคลซึ่งเป็นหุ้นส่วนกับลูกหนี้ หรือผู้รับผิดร่วมกับลูกหนี้ หรือผู้ค้ำประกันหรืออยู่ในลักษณะอย่างผู้ค้ำประกันของลูกหนี้ในหนี้ที่มีอยู่ก่อนวันที่ศาลมีคำสั่งเห็นชอบด้วยแผน... ดังนั้นการที่โจทก์มิได้ยื่นคำขอรับชำระหนี้ต่อเจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์ภายในกำหนด 1 เดือน นับแต่วันโฆษณาคำสั่งตั้งผู้ทำแผนและต่อมาศาลล้มละลายกลางมีคำสั่งให้ยกเลิกการฟื้นฟูกิจการของจำเลยที่ 1 จึงมีผลให้จำเลยที่ 1 หลุดพ้นจากหนี้ที่โจทก์อาจขอรับชำระหนี้ได้ในการฟื้นฟูกิจการ แต่คงมีผลเฉพาะจำเลยที่ 1 เท่านั้น ที่โจทก์หมดสิทธิที่จะได้รับชำระหนี้ และหนี้นั้นหาได้ระงับหมดสิ้นไปไม่ ความรับผิดของจำเลยที่ 2 ซึ่งอาจต้องร่วมรับผิดกับจำเลยที่ 1 ในมูลละเมิดต้องเป็นไปตามสัญญาประกันภัย และบทบัญญัติใน ป.พ.พ.ว่าด้วยเรื่องประกันภัยค้ำจุน การที่จำเลยที่ 1 หลุดพ้น ไม่กระทบถึงสิทธิของโจทก์ที่มีต่อจำเลยที่ 2 โจทก์จึงมีอำนาจฟ้องจำเลยที่ 2 ซึ่งเป็นผู้รับประกันภัยได้ ศาลชั้นต้นสั่งงดสืบพยานโจทก์และพิพากษายกฟ้องโจทก์ โจทก์จึงอุทธรณ์ขอให้ศาลอุทธรณ์ยกคำพิพากษาศาลชั้นต้นที่ยกฟ้องโจทก์ในส่วนที่เกี่ยวกับจำเลยที่ 2 และสั่งให้ศาลชั้นต้นดำเนินกระบวนพิจารณาคดีในส่วนที่เกี่ยวกับจำเลยที่ 2 ต่อไป จึงเป็นคดีที่มีคำขอให้ปลดเปลื้องทุกข์อันไม่อาจคำนวณเป็นราคาเงินได้ ดังนั้น ทั้งโจทก์และจำเลยที่ 2 ต