ฎีกาที่ คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 708/2509

ประเด็นกฎหมาย

ปัญหาข้อกฎหมายเกี่ยวกับการนำพยานบุคคลมาสืบว่าที่ดินที่จำเลยแจ้งการครอบครองอยู่ตรงไหน และการกำหนดค่าทนายความ รวมถึงสิทธิครอบครองที่ดินรกร้างว่างเปล่าที

หลักกฎหมาย

1. การฟังข้อเท็จจริงว่าที่ดินที่จำเลยแจ้งการครอบครองอยู่ตรงไหน ไม่มีกฎหมายบังคับว่าต้องมีพยานเอกสาร จึงไม่ต้องห้ามนำพยานบุคคลมาสืบ 2. การกำหนดค่าทนายความเป็นดุลพินิจของศาล 3. การครอบครองที่ดินรกร้างว่างเปล่าภายหลังวันประกาศใช้พระราชบัญญัติออกโฉนดที่ดิน (ฉบับที่ 6) พ.ศ.2479 โดยไม่ได้รับอนุญาต เป็นการ

คำวินิจฉัย

พิพากษายืนตามศาลอุทธรณ์ ยกฎีกาโจทก์และจำเลย

ข้อเท็จจริงสำคัญ

โจทก์ฟ้องว่าจำเลยบุกรุกที่ดินสาธารณสมบัติของแผ่นดิน จำเลยต่อสู้ว่าเป็นที่ดินมรดกของตนและครอบครองมากว่า 10 ปี ศาลชั้นต้นและศาลอุทธรณ์วินิจฉัยว่าที่ดินภายในเส้นสีม่วงเป็นของจำเลยโดยชอบ แต่ที่ดินนอกเส้นสีม่วงเป็นที่รกร้างว่างเปล่า จำเลยเข้าครอบครองภายหลังวันประกาศใช้พระราชบัญญัติออกโฉนดที่ดิน (ฉบับที่

กฎหมายที่เกี่ยวข้อง

เนื้อหาคำพิพากษา (บางส่วน)

ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมายคำพิพากษาศาลฎีกาที่ 708/2509จังหวัดพังงา และผู้ว่าราชการจังหวัดพังงา โดยนายชู สุคนธมัต ในฐานะผู้ว่าราชการจังหวัดและในฐานะผู้รับมอบหมายจากรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทยโจทก์นายอาณัติ แสงสวัสดิ์จำเลยผู้ร้องสอดจำเลยนายอำเภอตะกั่วทุ่ง โดยนายบุญฤกษ์ ปิยกาญจนะ นายอำเภอตะกั่วทุ่งจ พ.ร.บ.ออกโฉนดที่ดิน (ฉบับที่ 6) พ.ศ.2479 ป.วิ.พ. ม. 94, ม. 161 การที่จะฟังข้อเท็จจริงว่า ที่ดินที่จำเลยแจ้งการครอบครองอยู่ตรงไหน มิได้มีกฎหมายบัญญัติบังคับว่าต้องมีพยานเอกสารมาแสดงกรณีจึงไม่ต้องห้ามในการที่จำเลยจะนำพยานบุคคลมาสืบว่าที่ดินที่จำเลยแจ้งการครอบครองไว้นั้นเป็นที่ดินตรงไหน เรื่องจะกำหนดให้ฝ่ายใดต้องเสียค่าทนายความให้แก่อีกฝ่ายหนึ่งเท่าใดนั้นเป็นอำนาจของศาลที่จะใช้ดุลพินิจกำหนดให้เป็นเรื่องๆไปแล้วแต่รูปคดี มิใช่โจทก์ขอให้จำเลยใช้ค่าทนายความอย่างสูงแก่โจทก์แล้วศาลจะต้องกำหนดให้จำเลยเสียค่าทนายความอย่างสูงแก่โจทก์เสมอไป ที่ดินรกร้างว่างเปล่า จำเลยเพิ่งเข้าครอบครองภายหลังวันประกาศให้ใช้พระราชบัญญัติออกโฉนดที่ดิน (ฉบับที่ 6) พ.ศ.2479 โดยมิได้รับอนุญาตจากพนักงานเจ้าหน้าที่เป็นการเข้าครอบครองโดยมิชอบ ไม่อาจอ้างสิทธิครอบครองขึ้นต่อสู้กับรัฐได้ แม้จำเลยจะได้ครอบครองที่รกร้างว่างเปล่าตลอดมา 10 ปีเศษแล้วแต่เมื่อจำเลยมิได้แจ้งการครอบครองภายในเวลาตามที่พระราชบัญญัติให้ใช้ประมวลกฎหมายที่ดินกำหนดไว้ต้องถือว่าจำเลยสละสิทธิครอบครองที่ดินดังกล่าว รัฐมีอำนาจจัดที่ดินนั้นได้ (ประชุมใหญ่ครั้งที่ 6/2509เป็นการประชุมเพื่อหาคณะ)คดีนี้ โจทก์ฟ้องว่าจำเลยได้บุกรุกเข้าไปครอบครองที่ดินอันเป็นที่สาธารณสมบัติของแผ่นดิน ขอให้ห้ามจำเลยและบริวารมิให้เข้าไปขัดขวางเกี่ยวข้องในที่ดินดังกล่าว กับให