ฎีกาที่ คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 36/2521

ประเด็นกฎหมาย

สัญญาเช่าช่วงเหมืองแร่ที่ทำขึ้นก่อนพระราชบัญญัติแร่ พ.ศ.2510 มีผลบังคับได้ ไม่ตกเป็นโมฆะ และผู้ให้เช่ามีสิทธิเรียกค่าเช่าเฉพาะส่วนที่ส่งมอบจริง

หลักกฎหมาย

สัญญาที่คู่สัญญามีเจตนาให้เช่าช่วงเหมืองแร่โดยชำระผลประโยชน์รายเดือน ถือเป็นสัญญาเช่าช่วง ไม่ใช่จ้างทำของ แม้กฎหมายใหม่จะห้ามรับช่วงทำเหมืองแต่ไม่เด็ดขาด หากรัฐมนตรีอนุญาตก็ทำได้ สัญญาจึงไม่เป็นโมฆะหรือพ้นวิสัย ผู้ให้เช่ามีสิทธิเรียกค่าเช่าเฉพาะส่วนที่ส่งมอบจริงเท่านั้น

คำวินิจฉัย

ศาลฎีกาพิพากษาให้จำเลยชำระเงินค่าเช่า 130,000 บาท (ครึ่งหนึ่งของที่ตกลง) และเงินล่วงหน้า 25,000 บาท พร้อมดอกเบี้ยตั้งแต่วันที่ 20 กุมภาพันธ์ 2512 เป็นต้นไป โดยให้ส่งมอบเหมืองคืนแก่โจทก์

ข้อเท็จจริงสำคัญ

โจทก์ทำสัญญาให้จำเลยเช่าช่วงเหมืองแร่เนื้อที่ 71 ไร่ แต่ส่งมอบจริงเพียง 37 ไร่ 54 ตารางวา จำเลยไม่ชำระค่าเช่ารายเดือนและเงินล่วงหน้า โจทก์บอกเลิกสัญญา จำเลยอ้างสัญญาประนีประนอมกับหุ้นส่วนอื่นของโจทก์

กฎหมายที่เกี่ยวข้อง

เนื้อหาคำพิพากษา (บางส่วน)

ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมายคำพิพากษาศาลฎีกาที่ 36/2521นายประสาน ชาลาอาดิศัย หรือแจ่มจันทร์โจทก์จ.ส.ต.ประดิษฐ์ นันทมานพจำเลย ป.พ.พ. ม. 113, ม. 204, ม. 372, ม. 466, ม. 537, ม. 1033 ป.วิ.พ. ม. 84 พ.ร.บ.แร่ พ.ศ.2510 พระราชบัญญัติการทำเหมืองแร่ พ.ศ. 2461 ที่ใช้ในขณะทำสัญญามิได้ห้ามการให้เช่าช่วงเหมืองแร่ต่อมา พระราชบัญญัติแร่ พ.ศ. 2510 มาตรา 76 ห้ามรับช่วงทำเหมือง แต่มิได้ห้ามเด็ดขาด อาจรับอนุญาตจากรัฐมนตรีได้ จึงอาจบังคับตามสัญญาได้ ไม่ตกเป็นโมฆะและพ้นวิสัย ผู้เป็นหุ้นส่วนผู้ทำสัญญาให้เช่าช่วงทำเหมืองฟ้องคู่สัญญาได้ไม่ต้องรับอนุญาตจากหุ้นส่วนอื่น สัญญาซึ่งผู้ได้รับประทานบัตรทำเหมืองแร่จ้างจำเลยรับเหมาให้จำเลยผลิตแร่ได้โดยจำเลยผู้รับจ้างจะชำระผลประโยชน์แก่โจทก์ผู้ว่าจ้างเป็นรายเดือน ดังนี้ ไม่ใช่สัญญาจ้างทำของ แต่เป็นสัญญาเช่าช่วงเหมืองแร่ ผู้ให้เช่าทำเหมืองเนื้อที่ 71 ไร่ แต่ส่งมอบเหมืองจริงเพียง 37 ไร่ ผู้ให้เช่าเรียกค่าเช่าได้เพียงเท่าเนื้อที่ที่ให้เช่าผลิตแร่ได้จริงเท่านั้น ศาลลดค่าเช่าลงครึ่งหนึ่งของจำนวนที่ตกลงกัน กำหนดชำระค่าเช่าเหมืองแร่ไว้ แต่เมื่อล่วงเลยไปแล้วผู้ให้เช่า ก็ไม่ทักท้วง แต่ให้ผู้เช่าผ่อนเวลาชำระค่าเช่า ผู้ให้เช่าคิดดอกเบี้ยในค่าเช่าที่ค้างฐานผิดนัดแต่ละเดือนไม่ได้ ศาลคิดให้ตั้งแต่วันบอกกล่าวให้ชำระค่าเช่าภายหลัง ทำสัญญาเช่าไว้แล้ว จำเลยนำสืบลดค่าเช่าเป็นข้อตกลงกันใหม่แก้ไขข้อสัญญาเดิม จำเลยนำสืบด้วยพยานบุคคลได้ ไม่ต้องห้ามตาม ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 94ศาลชั้นต้นเห็นว่าจำเลยผิดสัญญาเช่าเหมือง พิพากษาให้จำเลยใช้เงิน25,050 บาท กับดอกเบี้ยตั้งแต่วันบอกกล่าวผิดนัด ให้ส่งมอบเหมืองกับแร่ที่ขุดได้แก่โจทก์ ศาลอุทธรณ์พิพากษาแก้ ให้จำเลย