การบอกเลิกสัญญาเช่าต้องปฏิบัติตามข้อสัญญาที่กำหนดให้บอกกล่าวล่วงหน้า 30 วัน และข้อสัญญาดังกล่าวยังคงมีผลผูกพันในการเช่าใหม่เมื่อสัญญาเช่าสิ้นอายุแล้วผ
เมื่อสิ้นกำหนดเวลาเช่า ผู้เช่ายังคงครอบครองทรัพย์สินอยู่โดยผู้ให้เช่าไม่ทักท้วง กฎหมายถือว่าคู่สัญญาได้ทำสัญญาใหม่ต่อไปโดยไม่มีกำหนดเวลา และข้อสัญญาบอกกล่าวเดิมยังคงเป็นข้อสัญญาเช่ากันใหม่ต่อไปด้วย ดังนั้นผู้ให้เช่าต้องบอกเลิกสัญญาตามข้อสัญญาดังกล่าวก่อนจึงจะมีสิทธิฟ้องขับไล่
โจทก์ไม่มีสิทธิฟ้องขับไล่จำเลย เพราะโจทก์ไม่ได้บอกเลิกสัญญาตามข้อ 7 สัญญาเช่ายังคงมีอยู่ต่อกัน พิพากษาแก้ ให้จำเลยชำระค่าเช่า 1,430 บาท คำขออื่นของโจทก์ให้ยก และให้ยกฟ้องแย้งของจำเลย
สัญญาเช่ามีข้อกำหนดให้บอกเลิกสัญญาล่วงหน้า 30 วันเป็นลายลักษณ์อักษร เมื่อสัญญาเช่าสิ้นอายุ ผู้เช่ายังคงครอบครองและชำระค่าเช่าต่อเนื่อง ผู้ให้เช่าไม่ทักท้วง ผู้ให้เช่าอ้างว่าได้บอกเลิกสัญญาทางไปรษณีย์แต่ไม่มีหลักฐานการส่ง
ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมายคำพิพากษาศาลฎีกาที่ 233/2506นายมนตรี บุตรไวยวุฒโจทก์นายสุชาติ ตันโพธิประสิทธิ์จำเลย ป.พ.พ. ม. 537, ม. 538, ม. 570 ป.วิ.พ. ม. 94 พ.ร.บ.ควบคุมค่าเช่าในภาวะคับขัน พ.ศ.2489 สัญญาเช่าที่ระบุว่า "เมื่อผู้เช่าต้องการห้องเช่าคืนหรือผู้เช่าจะต้องการคืนห้องทั้งสองฝ่ายจะต้องบอกกล่าวล่วงหน้าเป็นลายลักษณ์อักษรก่อน 30 วัน" นั้นมีความหมายว่าถ้าฝ่ายหนึ่งฝ่ายใดบอกเลิกสัญญาเช่าจะต้องบอกกล่าวล่วงหน้าเป็นลายลักษณ์อักษรก่อน 30 วันการเช่าอสังหาริมทรัพย์ เมื่อสิ้นกำหนดเวลาเช่า ผู้เช่ายังคงครอบครองทรัพย์สินอยู่โดยผู้ให้เช่าไม่ทักท้วง กฎหมายถือว่าคู่สัญญาเป็นอันได้ทำสัญญาใหม่ต่อไปโดยไม่มีกำหนดเวลานั้น ข้อสัญญาบอกกล่าวเดิมก็ยังคงเป็นข้อสัญญาเช่ากันใหม่ต่อไปด้วย ฉะนั้น เมื่อผู้ให้เช่ามิได้บอกเลิกสัญญาก่อน ก็ต้องถือว่าสัญญาเช่านั้นยังคงมีอยู่ต่อกันผู้ให้เช่าจึงไม่มีสิทธิฟ้องขับไล่ผู้เช่าแม้คณะกรรมการควบคุมค่าเช่าจะได้ลงมติให้ผู้ให้เช่าได้เข้าอยู่เองในห้องเช่าก็เป็นหน้าที่ของผู้ให้เช่าจะบอกเลิกสัญญาเช่าต่อผู้เช่าก่อน (ประชุมใหญ่ ครั้งที่ 27/2505)โจทก์ฟ้องว่า จำเลยเช่าบ้านโจทก์ สัญญาเช่าสิ้นอายุแล้วโจทก์มีความจำเป็นจะเข้าอยู่ในบ้านนี้ จำเลยเพิกเฉยและค้างชำระค่าเช่า 11 เดือน จึงขอให้ขับไล่และให้ชำระค่าเช่าที่ค้างและค่าเสียหายจำเลยให้การปฏิเสธและฟ้องแย้งศาลชั้นต้นพิพากษาให้ขับไล่จำเลยและบริวารออกจากห้องพิพาทและให้จำเลยชำระค่าเช่า 1,430 บาท และค่าเสียหายเดือนละ 130 บาทแก่โจทก์จำเลยอุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์พิพากษายืนจำเลยฎีกาศาลฎีกาได้พร้อมกันประชุมใหญ่พิจารณาหนังสือสัญญาเช่าระหว่างโจทก์จำเลยแล้วเห็นว่าสัญญาข้อ 7 ยังคงเป็นข้อสัญญาเช่าในการเช่ากันใหม่ต่อไปด้วย ฉะนั้น เมื่อโจทก์