ฎีกาที่ คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 5240/2545

กฎหมายที่เกี่ยวข้อง

เนื้อหาคำพิพากษา (บางส่วน)

ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมายคำพิพากษาศาลฎีกาที่ 5240/2545บริษัท วังโดมประกันภัย จำกัด (มหาชน) กับพวกโจทก์นาย วิชาญ คงชาตรี กับพวกจำเลย ป.พ.พ. ม. 887 ป.วิ.พ. ม. 161, ม. 172คำฟ้องโจทก์มิได้กล่าวอ้างหรือแสดงว่า จำเลยที่ 3 รับประกันภัยจากจำเลยที่ 2 ผู้เอาประกันภัยในลักษณะประกันภัยค้ำจุน ซึ่งจำเลยที่ 3 ผู้รับประกันภัยตกลงจะใช้ค่าสินไหมทดแทนในนามของจำเลยที่ 2 ผู้เอาประกันภัยเพื่อความวินาศภัยอันเกิดขึ้นแก่บุคคลอีกคนหนึ่งคือบริษัท อ. และซึ่งจำเลยที่ 2 ผู้เอาประกันภัยจะต้องรับผิดชอบ ฟ้องโจทก์จึงขาดสาระสำคัญอันเป็นมูลที่จะให้จำเลยที่ 3 ต้องรับผิด บริษัท อ. และจำเลยที่ 2 ได้ร่วมกันเอาประกันภัยกับจำเลยที่ 3 ความรับผิดของจำเลยที่ 3 ต่อบริษัท อ. ตามกรมธรรม์ประกันภัยจึงหาใช่ความรับผิดในฐานะผู้รับประกันภัยค้ำจุนไม่ จำเลยที่ 3 จึงไม่ต้องร่วมรับผิดชดใช้ค่าสินไหมทดแทนแก่โจทก์ ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 161 กำหนดให้ศาลต้องสั่งในเรื่องค่าฤชาธรรมเนียม ไม่ว่าคู่ความจะมีคำขอหรือไม่ แม้จะให้เป็นพับกันไปก็ต้องสั่งโจทก์ทั้งสองฟ้องว่า จำเลยที่ 2 เป็นนายจ้างของจำเลยที่ 1 ส่วนจำเลยที่ 3 เป็นผู้รับประกันภัยจากจำเลยที่ 2 ในความเสียหายจากการทำงานของจำเลยที่ 2 บริษัท เอ อี(ไทย) จำกัด (ที่ถูกบริษัทเอส.เอ.อี. (ประเทศไทย) จำกัด) ซึ่งเป็นเจ้าของทาวเวอร์เครน โปเทรน อี 2/23 ได้ว่าจ้างจำเลยที่ 2 รื้อถอนทาวเวอร์เครนดังกล่าวที่โรงงานของบริษัทเอส.เอ.อี. (ประเทศไทย) จำกัด โดยจำเลยที่ 1 ลูกจ้างของจำเลยที่ 2 เป็นผู้ควบคุมการรื้อถอน จำเลยที่ 1 กระทำการด้วยความประมาทเลินเล่อ เป็นเหตุให้ทาวเวอร์เครนพลิกคว่ำ ทำให้ทาวเวอร์เครนและทรัพย์สินอื่นที่อยู่ใกล้เคียงได้รับความเสียหาย รวมค่าเสียหายทั้งสิ้น 3,250,000 บ