ฎีกาที่ คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 5366/2545
กฎหมายที่เกี่ยวข้อง
เนื้อหาคำพิพากษา (บางส่วน)
ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมายคำพิพากษาศาลฎีกาที่ 5366/2545นางสาว สะสม เรืองกระโทกโจทก์นาย ภิรมย์ รื่นจิตหรือรื่นจิตร กับพวกจำเลย ป.พ.พ. ม. 420, ม. 537สิทธิตามสัญญาเช่าระหว่างโจทก์กับจำเลยทั้งสองยังมีข้อโต้แย้งว่าโจทก์อยู่ในที่ดินพิพาทโดยอาศัยสิทธิตามหนังสือสัญญาเช่าลงวันที่ 7 มกราคม 2537 หรือตามหนังสือสัญญาเช่าลงวันที่ 23 มีนาคม 2537 และโจทก์ยังไม่ยินยอมที่จะส่งมอบที่ดินพิพาทคืนให้แก่จำเลยทั้งสอง จำเลยทั้งสองจึงไม่อาจที่จะเข้ายึดถือครอบครองที่ดินพิพาทได้โดยอำนาจของตนเอง การที่จำเลยทั้งสองเข้าไถทำลายต้นอ้อยที่โจทก์เป็นผู้ปลูกได้รับความเสียหาย จึงเป็นการกระทำโดยไม่มีอำนาจและไม่ชอบด้วยกฎหมายอันเป็นการละเมิดต่อโจทก์ จำเลยทั้งสองจึงต้องรับผิดชดใช้ค่าเสียหายให้แก่โจทก์และโจทก์มีสิทธิที่จะเรียกร้องค่าเสียหายจากจำเลยทั้งสองได้โจทก์ฟ้องว่า จำเลยที่ 1 ให้โจทก์เช่าที่ดินเนื้อที่ 200 ไร่ มีกำหนดเวลา 5 ปีค่าเช่าปีละ 80,000 บาท โดยจำเลยที่ 2 เจ้าของกรรมสิทธิ์รวมให้ความยินยอมจำเลยทั้งสองรับค่าเช่าไปแล้วเป็นเงิน 80,000 บาท โจทก์ใช้ที่ดินทำไร่อ้อย และภายหลังได้รังวัดสอบเขตแล้วพบว่าที่ดินมีเนื้อที่เพียง 50 ไร่ ต่อมาจำเลยทั้งสองร่วมกันใช้ จ้าง วานให้นายรุน ทุดปอ นำรถไถบุกรุกเข้าไถทำลายตอพันธุ์อ้อยที่โจทก์ปลูกไว้เสียหายเป็นเนื้อที่48 ไร่เศษ คิดเป็นเงิน 240,000 บาท และยังทำให้โจทก์ไม่ได้รับประโยชน์จากผลผลิตของตอพันธุ์อ้อยเมื่อเจริญเป็นลำต้นที่สามารถตัดขายได้อีก 3 ปี เป็นเงิน 480,000 บาทขอให้บังคับจำเลยทั้งสองร่วมกันชำระเงิน 720,000 บาท แก่โจทก์ พร้อมดอกเบี้ยอัตราร้อยละ 7.5 ต่อปี จนกว่าจะชำระเสร็จสิ้นจำเลยทั้งสองให้การว่า โจทก์ทำสัญญาเช่าที่ดิน 200 ไร่ เพื่อใช้เป็นหลักฐานไปขอกู้ยืมเงินจากโร