ฎีกาที่ คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 5941/2552

ประเด็นกฎหมาย

ความรับผิดในการเสียภาษีธุรกิจเฉพาะสำหรับรายรับจากเงินค่าทดแทนที่ดินที่ถูกเวนคืนเกิดขึ้นเมื่อใด และเงินมัดจำราคาซื้อที่ดินถือเป็นรายรับที่ต้องเสียภาษีธ

หลักกฎหมาย

ผู้มีหน้าที่เสียภาษีธุรกิจเฉพาะสำหรับกิจการขายอสังหาริมทรัพย์เป็นทางค้าหรือหากำไร มีสิทธิเลือกวิธีการคำนวณรายรับตามหลักเกณฑ์และการปฏิบัติทางบัญชี (เช่น มาตรฐานการบัญชี ฉบับที่ 26) โดยต้องถือปฏิบัติอย่างเดียวกันตลอดไป และเมื่อมีการเปลี่ยนแปลงกฎหมายให้ชัดเจนว่าให้เสียภาษีขณะจดทะเบียนสิทธิและนิติกรรม ซ

คำวินิจฉัย

อุทธรณ์ของจำเลยทั้งสี่ฟังไม่ขึ้น

ข้อเท็จจริงสำคัญ

โจทก์ได้รับเงินค่าทดแทนที่ดินที่ถูกเวนคืนและนำมารับรู้รายได้เพื่อเสียภาษีธุรกิจเฉพาะในวันที่จดทะเบียนโอนกรรมสิทธิ์ที่ดิน โดยเลือกปฏิบัติทางบัญชีตามมาตรฐานการบัญชี ฉบับที่ 26 และโจทก์ได้รับเงินมัดจำราคาซื้อที่ดินซึ่งตกลงกันให้คืนเงินทั้งหมดเมื่อเจรจาไม่สำเร็จ โดยมิใช่เงินมัดจำตามนัยแห่งประมวลกฎหมายแพ

กฎหมายที่เกี่ยวข้อง

เนื้อหาคำพิพากษา (บางส่วน)

ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมายคำพิพากษาศาลฎีกาที่ 5941/2552บริษัทซุปเปอร์ แอสเซทส์ จำกัดโจทก์กรมสรรพากร กับพวกจำเลย ป.รัษฎากร ม. 91/2 (6), ม. 91/8 ป.พ.พ. ม. 377, ม. 378 มาตรฐานการบัญชี ฉบับที่ 26 โจทก์นำเงินค่าทดแทนที่ดินที่ถูกเวนคืนซึ่งได้รับเมื่อวันที่ 11 สิงหาคม 2541 และวันที่ 25 พฤศจิกายน 2541 มารับรู้รายได้เพื่อเสียภาษีธุรกิจเฉพาะในวันที่โจทก์จดทะเบียนโอนกรรมสิทธิ์ที่ดินแก่องค์การรถไฟฟ้ามหานคร คือวันที่ 19 พฤศจิกายน 2542 โดยเลือกปฏิบัติทางบัญชีตามมาตรฐานการบัญชี ฉบับที่ 26 เรื่อง การรับรู้รายได้สำหรับธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ ซึ่งกำหนดให้รับรู้รายได้สำหรับธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ได้ 3 วิธี กล่าวคือ 1. เมื่อผู้ขายโอนความเสี่ยงและผลประโยชน์ที่มีนัยสำคัญในทรัพย์สินให้แก่ผู้ซื้อแล้ว คือการรับรู้รายได้เมื่อมีการจดทะเบียนสิทธิและนิติกรรมโอนกรรมสิทธิ์ในอสังหาริมทรัพย์ให้แก่ผู้ซื้อ 2...เมื่อไม่ปรากฏว่าโจทก์เคยรับรู้รายได้จากการขายอสังหาริมทรัพย์เพื่อเสียภาษีธุรกิจเฉพาะตามวิธีการ หลักเกณฑ์ และการปฏิบัติทางบัญชีเป็นอย่างอื่นมาก่อน โจทก์ย่อมมีสิทธิเลือกปฏิบัติตามมาตรฐานการบัญชี ฉบับที่ 26 การที่โจทก์เสียภาษีธุรกิจเฉพาะสำหรับเงินค่าทดแทนที่ดินที่ถูกเวนคืนโดยนำรายรับทั้งหมดไปรับรู้รายได้เพื่อเสียภาษีธุรกิจเฉพาะในวันที่มีการจดทะเบียนโอนกรรมสิทธิ์ที่ดินดังกล่าวสอดคล้องกับที่โจทก์อ้างว่าใช้หลักเกณฑ์รับรู้รายได้จากการขายอสังหาริมทรัพย์เมื่อโจทก์โอนความเสี่ยงและผลประโยชน์ที่มีนัยสำคัญให้แก่ผู้ซื้อ จึงฟังได้ว่าโจทก์ปฏิบัติถูกต้องตามมาตรา 91/8 วรรคสอง แห่งประมวลรัษฎากร แม้ข้อความในบันทึกข้อตกลงวางเงินมัดจำราคาซื้อขายที่ดินจะเรียกเงินที่โจทก์ได้รับจากบริษัท ท. ว่าเป็น "มัดจำ" ก็ตาม แต่เนื้อหาสา