ฎีกาที่ คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 126/2540

ประเด็นกฎหมาย

ลักษณะของสัญญาซื้อขายหินอ่อนพร้อมติดตั้งว่าเป็นสัญญาขายของหรือรับจ้างทำของ และผลทางภาษีอากรรวมถึงขั้นตอนการฟ้องคดีขอคืนภาษี

หลักกฎหมาย

สัญญาที่ระบุให้จัดหาและติดตั้งจนสำเร็จ มีการตรวจรับงาน และต้องแก้ไขความเสียหายหลังติดตั้ง ถือเข้าลักษณะสัญญาจ้างทำของตามบัญชีอัตราภาษีการค้าประเภทการรับจ้างทำของ ซึ่งต้องเสียภาษีแยกต่างหากจากภาษีการขายของ และหากชำระภาษีโดยมิได้มีการประเมินของเจ้าพนักงานประเมิน prior to payment ผู้มีหน้าที่เสียภาษีมี

คำวินิจฉัย

ศาลฎีกาแผนกคดีภาษีอากรวินิจฉัยว่า สัญญาพิพาทเป็นสัญญารับจ้างทำของ โจทก์มีหน้าที่เสียภาษีการค้าประเภทการรับจ้างทำของ และต้องเสียภาษีเงินได้นิติบุคคลจากเงินได้ดังกล่าวแยกต่างหากจากเงินได้ที่ได้รับยกเว้น โดยศาลไม่รับวินิจฉัยเรื่องขั้นตอนการอุทธรณ์เนื่องจากโจทก์มีอำนาจฟ้องขอคืนภาษีได้โดยไม่ต้องอุทธรณ์ก่อน

ข้อเท็จจริงสำคัญ

โจทก์เป็นผู้ผลิตและขายหินอ่อน พร้อมติดตั้งให้ลูกค้า โดยในสัญญาระบุว่าโจทก์ต้องจัดหาพร้อมติดตั้งจนสำเร็จโดยช่างชำนาญ มีการตรวจรับงาน และต้องแก้ไขหากเกิดความเสียหาย โจทก์มีบัตรส่งเสริมการลงทุนลดหย่อนภาษีเฉพาะการขายของ แต่ไม่ลดหย่อนสำหรับประเภทการรับจ้างทำของ โจทก์ชำระภาษีการค้าจำนวน 1,160,357.80 บาท โ

กฎหมายที่เกี่ยวข้อง

เนื้อหาคำพิพากษา (บางส่วน)

ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมายคำพิพากษาศาลฎีกาที่ 126/2540บริษัท มาบุญครอง ศิริชัย หินอ่อน จำกัดโจทก์กรมสรรพากร กับพวกจำเลย ป.พ.พ. ม. 587 ป.วิ.พ. ม. 55, ม. 249 พ.ร.บ.จัดตั้งศาลภาษีอากรและวิธีพิจารณาคดีภาษีอากร พ.ศ.2528 ม. 29 ป.รัษฎากร ม. 30, ม. 42, ม. 79 ทวิ (3) บัญชีอัตราภาษีการค้าท้ายประมวลรัษฎากร ประเภทการค้า 4 จากสาระสำคัญของสัญญาที่ระบุว่าโจทก์ต้องจัดหาพร้อมทั้งติดตั้งหินอ่อนจนสำเร็จโดยช่างที่มีฝีมือชำนาญและเมื่องานสำเร็จแล้วจะต้องมีการตรวจรับงานแล้วผู้ว่าจ้างจึงจะให้สินจ้างโจทก์ตอบแทนหากต่อมาเกิดความเสียหายโจทก์ยังต้องมีหน้าที่ทำการแก้ไขซึ่งจะเห็นได้ว่าเป็นการแก้ไขในผลงานของโจทก์หลังจากที่โจทก์ได้ทำการติดตั้งเสร็จแล้วมิได้เกี่ยวข้องกับตัวหินอ่อนที่โจทก์เป็นผู้ผลิตส่งมอบให้แก่ลูกค้าย่อมเป็นการสนับสนุนให้เห็นว่าเข้าลักษณะของสัญญาจ้างทำของสัญญาพิพาทจึงเป็นสัญญารับจ้างทำของตามบัญชีอัตราภาษีการค้าแห่งประมวลรัษฎากรโจทก์จึงมีหน้าที่ตามกฎหมายที่จะต้องเสียภาษีการค้าในการรับจ้างทำของโดยโจทก์ไม่ได้รับลดหย่อนภาษีการค้าในการค้าประเภทนี้เนื่องจากบัตรส่งเสริมการลงทุนลดหย่อนให้เฉพาะการค้าประเภทการขายของเท่านั้น โจทก์ชำระภาษีการค้าโดยมิได้มีการประเมินของเจ้าพนักงานประเมินดังนั้นโจทก์จึงมีอำนาจฟ้องขอคืนภาษีการค้าโดยไม่ต้องอุทธรณ์ต่อคณะกรรมการพิจารณาอุทธรณ์ก่อนเพราะตามมาตรา30แห่งประมวลรัษฎากรกรณีที่จะต้องอุทธรณ์ต่อคณะกรรมการพิจารณาอุทธรณ์นั้นได้แก่กรณีที่มีการประเมินของเจ้าพนักงานประเมินเมื่อโจทก์มีอำนาจฟ้องขอคืนภาษีการค้าโดยไม่ต้องอุทธรณ์ต่อคณะกรรมการพิจารณาอุทธรณ์ก่อนปัญหาว่าโจทก์ได้อุทธรณ์ภาษีการค้าหรือไม่จึงไม่เป็นสาระแก่คดีอันควรได้รับการวินิจฉัยศาลฎีกาจึงไม่รับวินิจฉัยให้ โจท