ฎีกาที่ คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 6829/2551

กฎหมายที่เกี่ยวข้อง

เนื้อหาคำพิพากษา (บางส่วน)

ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมายคำพิพากษาศาลฎีกาที่ 6829/2551ธนาคารกรุงไทย จำกัด (มหาชน)โจทก์นายวิศิริ ธูปมงคล กับพวกจำเลย ป.พ.พ. ม. 728, ม. 798, ม. 1490 ป.วิ.พ. ม. 249จำเลยที่ 1 ทำสัญญากู้เงินโจทก์และทำสัญญาจำนองที่ดินพร้อมสิ่งปลูกสร้างเป็นประกันหนี้ดังกล่าว โดยมีข้อสัญญาต่อท้ายสัญญาจำนองว่า หากโจทก์บังคับจำนองได้เงินไม่พอชำระหนี้ จำเลยที่ 1 ยินยอมรับผิดชำระหนี้ส่วนที่ขาดจนครบ จำเลยที่ 2 เป็นภริยาโดยชอบด้วยกฎหมายของจำเลยที่ 1 ให้ความยินยอมในการที่จำเลยที่ 1 ทำสัญญากู้เงินดังกล่าว เป็นการร่วมรับรู้ถึงหนี้เงินกู้ที่จำเลยที่ 1 ได้ก่อให้เกิดขึ้นและได้ให้สัตยาบันในหนี้ดังกล่าว หนี้นั้นจึงเป็นหนี้ที่สามีภริยาเป็นลูกหนี้ร่วมกันตาม ป.พ.พ. มาตรา 1490 (4) จำเลยที่ 2 ในฐานะภริยาต้องร่วมกับจำเลยที่ 1 เป็นสามีรับผิดชำระหนี้ดังกล่าวแก่โจทก์ด้วย ป.พ.พ. มาตรา 728 บัญญัติเพียงว่า ผู้รับจำนองต้องมีจดหมายบอกกล่าวไปยังลูกหนี้ก่อนว่าให้ชำระหนี้ภายในเวลาอันสมควรซึ่งกำหนดไว้ในคำบอกกล่าวนั้น มิได้บัญญัติบังคับว่าการบอกกล่าวบังคับจำนองต้องทำเป็นหนังสือด้วยการมอบอำนาจให้ทนายความบอกกล่าวบังคับจำนองจึงไม่จำต้องทำเป็นหนังสือตามมาตรา 798 วรรคหนึ่งโจทก์ฟ้องว่า เมื่อวันที่ 2 ตุลาคม 2535 จำเลยที่ 1 ทำสัญญากู้ยืมเงินโจทก์ 400,000 บาท ดอกเบี้ยอัตราร้อยละ 16 ต่อปี และยอมให้โจทก์ปรับอัตราดอกเบี้ยให้สูงขึ้นแต่ไม่เกินอัตราดอกเบี้ยสูงสุดที่ธนาคารแห่งประเทศไทยกำหนด กำหนดชำระดอกเบี้ย 6 เดือนต่อครั้ง และจะชำระเงินต้นและดอกเบี้ยให้เสร็จสิ้นภายในวันที่ 2 ตุลาคม 2536 จำเลยที่ 1 ได้รับเงินกู้ไปครบถ้วนแล้ว จำเลยที่ 2 เป็นภริยาโดยชอบด้วยกฎหมายของจำเลยที่ 1 ได้ลงชื่อให้ความยินยอมและให้สัตยาบันในการกู้ยืมเงินของจำเลยที่ 1