ฎีกาที่ คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 7/2490
ประเด็นกฎหมาย
เรือนพิพาทเป็นส่วนควบของที่ดินหรือไม่ และการสืบพยานบุคคลเพื่อแก้ไขข้อความในสัญญาขายที่ดินว่าขายเฉพาะสิ่งปลูกสร้างที่เป็นต้นผลไม้ไม่ใช่บ้านเรือนเป็นการ
หลักกฎหมาย
เรือนเป็นส่วนควบของที่ดิน เมื่อโอนที่ดินซึ่งเป็นทรัพย์ประธานไป ทรัพย์ส่วนควบย่อมตกติดไปด้วย เว้นแต่จะได้จดทะเบียนสิทธิเหนือพื้นดินตาม ป.พ.พ. มาตรา 1410 และสิทธินี้ถ้ายังมิได้จดทะเบียนจะใช้ยันบุคคลภายนอกที่เสียค่าตอบแทนและโดยสุจริตไม่ได้ การสืบพยานบุคคลเพื่อเปลี่ยนแปลงแก้ไขข้อความในเอกสารต้องห้ามตาม
คำวินิจฉัย
พิพากษากลับศาลอุทธรณ์ บังคับคดีตามคำพิพากษาศาลชั้นต้น
ข้อเท็จจริงสำคัญ
จำเลยขายที่ดินให้แก่นายพ่วง โดยที่ดินมีบ้านเรือนปลูกอยู่ด้วย ต่อมานายพ่วงขายที่ดินให้โจทก์ จำเลยรื้อเรือนออกโดยอ้างว่าไม่ได้ขายเรือนด้วย โจทก์ฟ้องว่าเรือนถูกขายรวมไปด้วย
กฎหมายที่เกี่ยวข้อง
เนื้อหาคำพิพากษา (บางส่วน)
ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมายคำพิพากษาศาลฎีกาที่ 7/2490นางทองคำ พินเพ็ชร์โจทก์นายอู๊ด อยู่เทศจำเลย ป.พ.พ. ม. 107, ม. 110, ม. 1299, ม. 1410 ป.วิ.พ. ม. 94 ป.ที่ดิน เรือนเป็นส่วนควบของที่ดิน เมื่อโอนที่ดินไป เรือนย่อมตกติดไปด้วยเว้นแต่จะได้จดทะเบียนสิทธิเหนือพื้นดินสัญญาขายที่ดินมีข้อความว่า สิ่งปลูกสร้างบนที่ดินยอมขายให้ทั้งสิ้นดังนี้ จะขอสืบพยานว่า ขายให้แต่สิ่งปลูกสร้างที่เป็นต้นผลไม้ไม่ใช่บ้านเรือนดังนี้ ไม่ได้ เป็นการสืบแก้ไขพยานเอกสารข้อเท็จจริงได้ความว่า จำเลยได้แบ่งขายที่ดินให้แก่นายพ่วงที่ที่แบ่งขายนี้มีบ้านเรือนปลูกอยู่ด้วย เมื่อขายแล้ว จำเลยคงเช่าที่จากนายพ่วงทำนาต่อไป นายพ่วงขายนาแปลงนี้ให้โจทก์จำเลยจึงรื้อเรือนและครัวไฟออกไปจากที่พิพาท โดยอ้างว่า จำเลยมิได้ขายเรือนและสิ่งปลูกสร้างด้วย โจทก์ฟ้องว่าเรือนนั้นนายพ่วงได้ขายให้โจทก์ด้วย ขอให้ศาลบังคับให้จำเลยปลูกเรือนตามสภาพเดิมหรือมิฉะนั้นก็ให้จำเลยใช้ค่าเสียหายศาลชั้นต้นฟังว่า ตามสัญญาขายที่ดินระหว่างจำเลยกับนายพ่วงและนายพ่วงกับโจทก์มีข้อความปรากฏชัดว่า ได้ขายสิ่งปลูกสร้างบนที่ดินด้วย จึงต้องฟังว่า เรือนพิพาทซึ่งเป็นสิ่งปลูกสร้างได้ขายไปด้วย พิพากษาให้จำเลยแพ้คดีจำเลยอุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์เห็นว่า คดีนี้ เมื่อพิเคราะห์การปฏิบัติของคู่สัญญาประกอบแล้ว ข้อเท็จจริงน่าเชื่อตามข้อต่อสู้ของจำเลยว่าไม่ได้ขายเรือนพิพาทด้วย พิพากษากลับให้ยกฟ้องโจทก์โจทก์ฎีกา ศาลฎีกาเห็นว่า เอกสารสัญญาปรากฏชัดแล้วว่าจำเลยได้ขายรวมทั้งสิ่งปลูกสร้างบนที่ดินด้วย กรณีไม่มีเรื่องเข้าใจผิดในสาระสำคัญว่า เรือนไม่ใช่สิ่งปลูกสร้างบนที่ดินฉะนั้นการที่จำเลยแก้ว่ามีเจตนาขายแต่สิ่งปลูกสร้างที่เป็นต้นผลไม้ ไม่มีเจตนาขายสิ่งปลูกสร้างที่เป็นโรงเรือนนั้น จึงรับฟั