ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 107
ตัวบท
มาตรา 107 เมื่อได้ชำระบัญชีแล้ว ถ้ามีทรัพย์สินเหลืออยู่เท่าใด จะแบ่งให้แก่สมาชิกของสมาคมนั้นไม่ได้ ทรัพย์สินที่เหลือนั้นจะต้องโอนให้แก่สมาคมหรือมูลนิธิ หรือนิติบุคคลที่มีวัตถุประสงค์เกี่ยวกับการสาธารณกุศล ตามที่ได้ระบุชื่อไว้ในข้อบังคับของสมาคม หรือถ้าข้อบังคับไม่ได้ระบุชื่อไว้ก็ให้เป็นไปตามมติของที่ประชุมใหญ่ แต่ถ้าข้อบังคับของสมาคมหรือที่ประชุมใหญ่มิได้ระบุผู้รับโอนทรัพย์สินดังกล่าวไว้ หรือระบุไว้แต่ไม่สามารถปฏิบัติได้ ให้ทรัพย์สินที่เหลืออยู่นั้นตกเป็นของแผ่นดิน
ฎีกาที่อ้างมาตรานี้
- คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1516 - 1517/2519
- คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 7/2490 — เรือนพิพาทเป็นส่วนควบของที่ดินหรือไม่ และการสืบพยานบุคคลเพื่อแก้ไขข้อความในสัญญาขายที่ดินว่าขายเฉพาะสิ่งปลูกสร้างที่เป็นต้นผลไม้ไม่ใช่บ้านเรือนเป็นการ
- คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2389/2532 — บ้านที่ปลูกบนที่ดินซึ่งซื้อขายกันแล้วตกเป็นส่วนควบของที่ดินตาม ป.พ.พ. ม. 107 วรรคสอง ต้องจดทะเบียนขายหรือไม่
- คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 162/2509 — ปัญหาข้อกฎหมายเกี่ยวกับอำนาจฟ้องของผู้รับมอบอำนาจ การบอกเลิกสัญญาเช่า และการอ้างสิทธิพิเศษตามพระราชบัญญัติควบคุมการเช่าเคหะและที่ดิน พ.ศ.2504
- คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1221/2527
- คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2664/2523
- คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1005/2519 — การซื้อขายเรือนและยุ้งข้าวที่ปลูกบนที่ดินมี น.ส.3 โดยไม่ได้จดทะเบียนต่อพนักงานเจ้าหน้าที่เป็นโมฆะ แต่การส่งมอบการครอบครองทำให้การครอบครองของจำเลยสิ้นส
- คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1781/2509
- คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 561/2491 — ปัญหาว่าสัญญาเช่าที่ดินปลูกตึกซึ่งมีข้อตกลงให้ตึกตกเป็นของเจ้าของที่ดินเมื่อครบกำหนดนั้น ตึกตกเป็นกรรมสิทธิ์ของเจ้าของที่ดินโดยไม่ต้องโอนหรือไม่ และปั
- คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 7/2490 — การสืบพยานบุคคลเพื่อแก้ไขข้อความในสัญญาขายที่ดินที่ระบุว่าขายสิ่งปลูกสร้างทั้งหมด ว่ามีเจตนาขายเฉพาะต้นผลไม้ไม่รวมบ้านเรือน รับฟังไม่ได้ ต้องห้ามตาม ป
- คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 162/2509
- คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1781/2509