ฎีกาที่ คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1841/2497

ประเด็นกฎหมาย

ปัญหาว่าผู้เช่าผิดนัดชำระค่าเช่าหรือไม่เมื่อผู้ให้เช่าไม่ยอมรับชำระ และผู้เช่าจะละเมิดเมื่อใดเมื่อมีมติคณะกรรมการควบคุมค่าเช่าให้ออก

หลักกฎหมาย

ผู้เช่าเพียรชำระค่าเช่าแต่ผู้ให้เช่าไม่ยอมรับและบอกว่ายังไม่ให้ชำระ ยังเรียกไม่ได้ว่าผู้เช่าผิดนัด ผู้ให้เช่าจะมาขอให้ศาลบังคับไม่ได้ในเรื่องค่าเช่า ส่วนกรณีที่มีมติของคณะกรรมการควบคุมค่าเช่าให้ผู้เช่าออกจากห้องเช่า ผู้เช่าจะละเมิดก็ต่อเมื่อได้ทราบมตินั้น

คำวินิจฉัย

พิพากษาแก้คำพิพากษาศาลอุทธรณ์ว่า คำขอฟ้องแย้งของจำเลยที่ 1 ข้อ 3 ในเรื่องเรียกค่าเช่าที่ค้าง 6 เดือนเป็นเงิน 180 บาทนั้นให้ยกเสีย และค่าเสียหายเดือนละ 30 บาทนั้นให้เริ่มคำนวณตั้งแต่วันทำการละเมิดคือวันที่ 13 มีนาคม 2496 เป็นต้นไป นอกจากนี้ยืน

ข้อเท็จจริงสำคัญ

ผู้เช่าได้เพียรชำระค่าเช่าแก่ผู้ให้เช่าตลอดมา แต่ผู้ให้เช่าไม่ยอมรับและห้ามว่าค่าเช่าที่ค้างยังไม่ต้องส่ง ให้รอไว้ต่อเมื่อผู้เช่าออกจากห้องเช่าไปแล้วจึงค่อยชำระ ต่อมาผู้ให้เช่าฟ้องเรียกค่าเช่าที่ค้าง 6 เดือน และผู้เช่าขืนอยู่ในห้องเช่าหลังจากทราบมติคณะกรรมการควบคุมค่าเช่าให้ออก

กฎหมายที่เกี่ยวข้อง

เนื้อหาคำพิพากษา (บางส่วน)

ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมายคำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1841/2497นางหยุ่นเฮียง หรือเม แซ่ลี้โจทก์นางสาวคำมา ที่ 1 ปลัดกระทรวงมหาดไทยจำเลยโดยพระยารามราชภักดี ในฐานะประธานกรรมการควบคุมค่าเช่าในภาวะคับขันที่ 2จำเลย พ.ร.บ.ควบคุมค่าเช่าในภาวะคับขัน พ.ศ.2489 ป.วิ.พ. ม. 55 ป.พ.พ. ม. 204, ม. 420ผู้เช่าเพียรชำระค่าเช่าแก่ผู้ให้เช่าผู้ให้เช่าไม่รับและบอกว่ายังไม่ให้ชำระดังนี้ ยังเรียกไม่ได้ว่าผู้เช่าผิดนัด จู่ๆ ผู้ให้เช่าจะมาขอให้ศาลบังคับให้ไม่ได้ในเรื่องค่าเช่าฟ้องบรรยายว่าได้เลิกสัญญาเช่าแล้วผู้เช่าไม่ยอมออกขอเรียกค่าเสียหาย 2,000 บาท และค่าเช่ารวม 180 บาท ดังนี้ ไม่เป็นฟ้องเคลือบคลุมกรณีที่มีมติของคณะกรรมการควบคุมค่าเช่าฯ ให้ผู้เช่าออกจากห้องเช่า ผู้เช่าจะละเมิดก็ต่อเมื่อได้ทราบมตินั้นคดีนี้โจทก์ (ผู้เช่า) ฟ้องว่าจำเลยที่ 1 (ผู้ให้เช่า) ยื่นคำร้องเท็จต่อจำเลยที่ 2 และจำเลยที่ 2 ลงมติไปโดยมิได้ให้โอกาศโจทก์แสดงเหตุผลความจำเป็นและหลักฐานใด ๆ เป็นการฝ่าฝืนต่อบทพระราชบัญญัติควบคุมค่าเช่าฯ พ.ศ. 2489 ขอให้ศาลเพิกถอนมติของคณะกรรมการควบคุมค่าเช่าและห้ามมิให้จำเลยที่ 1 เข้าเกี่ยวข้องจำเลยที่ 1 ต่อสู้ว่าได้ยื่นคำร้องต่อคณะกรรมการควบคุมค่าเช่าฯโดยสุจริตและฟ้องแย้งขอให้ขับไล่โจทก์และบริวารออกจากห้องพิพาทและให้ใช้ค่าเสียหาย 2,000 บาท ค่าเช่าตั้งแต่เดือนตุลาคม 2495 ถึงเดือนมีนาคม 2496 รวม 6 เดือนเดือนละ 30 บาทและต่อสู้อย่างอื่นอีก หลายประการจำเลยที่ 2 ต่อสู้ว่าได้ปฏิบัติการในหน้าที่โดยความเที่ยงธรรมและชอบด้วยกฎหมายโจทก์แก้ฟ้องแย้งว่าโจทก์มิได้ผิดนัดชำระค่าเช่า แต่จำเลยที่ 1ไม่ยอมรับ โจทก์จึงได้ส่งเงินค่าเช่าให้จำเลยทางไปรษณีย์ จำเลยก็ไม่ยอมรับเองต่างหาก และตัดฟ้องว่า ฟ้องของจำเลยที่เรียกค่าเ