ฎีกาที่ คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 438/2493

ประเด็นกฎหมาย

สัญญาจ้างทนายความกำหนดค่าจ้างเป็นเงินจำนวนหนึ่งไม่ว่าคดีจะเสร็จหรือไม่ ผู้ว่าจ้างถอนทนายในระหว่างคดี ไม่ถือว่าทนายผิดสัญญาหรือลดค่าจ้างได้ และการที่ทน

หลักกฎหมาย

เมื่อสัญญาจ้างทนายกำหนดค่าจ้างเป็นเงินจำนวนหนึ่งโดยไม่คำนึงว่าคดีจะดำเนินไปเสร็จหรือไม่ หากผู้ว่าจ้างถอนทนายในระหว่างคดี จะถือว่าทนายเป็นฝ่ายผิดสัญญาหรือลดค่าจ้างมิได้ และการที่ทนายไปเป็นทนายให้ผู้อื่นฟ้องผู้ว่าจ้างเป็นจำเลยในคดีอื่น ไม่เป็นเหตุให้ถือว่าทนายประพฤติผิดสัญญา แต่เป็นเรื่องมารยาททนายควา

คำวินิจฉัย

พิพากษายืนตามศาลอุทธรณ์ที่ให้จำเลยชำระเงินแก่โจทก์ตามฟ้องพร้อมดอกเบี้ย

ข้อเท็จจริงสำคัญ

จำเลยจ้างโจทก์เป็นทนายฟ้องคดีของ ซ. โดยตกลงค่าจ้าง 15,000 บาท ไม่ว่าจำเลยจะยอมให้โจทก์ว่าความจนเสร็จคดีหรือไม่ก็ตาม โจทก์ได้ยื่นฟ้องแล้ว แต่ในวันนัดพิจารณา จำเลยแถลงขอถอนโจทก์ออกจากการเป็นทนาย จำเลยต่อสู้ว่าโจทก์เป็นปฏิปักษ์โดยรับเป็นทนายของบริษัท ท. ซึ่งฟ้องจำเลยให้เลิกกิจการบริษัท

กฎหมายที่เกี่ยวข้อง

เนื้อหาคำพิพากษา (บางส่วน)

ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมายคำพิพากษาศาลฎีกาที่ 438/2493นายไล่อัน สิริสิงห์โจทก์บริษัทการบินแปซิฟิคโอเวอร์ซีส์(สยาม) จำกัดจำเลย ป.พ.พ. ม. 575, ม. 587 พ.ร.บ.ทนายความ พ.ศ.2477 การที่ตกลงจ้างทนายฟ้องคดีเป็นเงินจำนวนหนึ่ง โดยไม่คำนึงว่าคดีจะดำเนินไปเสร็จหรือไม่ หากผู้จ้างมาถอนทนายนั้นเสียในระหว่างคดี ก็ไม่ถือว่าทนายเป็นฝ่ายผิดสัญญาและลดค่าจ้างมิได้ แม้ทนายที่จ้างไปนั้น เป็นทนายให้ผู้อื่นมาฟ้องผู้ว่าจ้างเป็นจำเลยให้เลิกกิจการบริษัท ดังนี้ก็ไม่ถือว่าทนายนั้นผิดสัญญาเป็นเรื่องเกี่ยวแก่มารยาทต่างหากโจทก์ฟ้องว่า จำเลยได้จ้างโจทก์เป็นทนายฟ้อง ซ. โดยตกลงค่าจ้างเป็นเงิน 15,000 บาท ไม่ว่าจำเลยจะยอมให้โจทก์ว่าความจนเสร็จคดีหรือไม่ก็ตาม โจทก์ได้ยื่นฟ้อง ซ.แล้วในวันนัดพิจารณา จำเลยกลับแถลงต่อศาลขอถอนโจทก์ออกจากเป็นทนายจำเลย ค่าจ้างที่ค้างเมื่อหักกับเงินค่าใช้จ่ายที่จำเลยมอบให้ ซึ่งคงเหลืออยู่ที่โจทก์แล้ว จำเลยต้องชำระให้โจทก์อีก 6,546 บาท 60 สตางค์ จำเลยต่อสู้ว่า สัญญาจ้างว่าความเป็นสัญญาจ้างทำของ ซึ่งต้องรับทำการจนสำเร็จ และในระหว่างดำเนินคดีโจทก์กลับเป็นปฏิปักษ์ต่อจำเลยโดยโจทก์รับเป็นทนายของบริษัท ท.ซึ่งเป็นโจทก์ฟ้องจำเลยให้เลิกจากกิจการบริษัทและอื่น ๆ หลายประการศาลอุทธรณ์เห็นพ้องกับศาลชั้นต้นที่พิพากษาให้จำเลยชำระเงินแก่โจทก์ตามฟ้อง พร้อมทั้งดอกเบี้ยจำเลยฎีกาศาลฎีกาเห็นว่า โจทก์สืบได้ความชัดว่าจำเลยได้ตกลงจ้างโจทก์เป็นทนายฟ้อง ซ. ค่าจ้าง 15,000 บาท โดยไม่คำนึงว่าคดีจะดำเนินไปเสร็จหรือไม่ ฉะนั้นการที่จำเลยมาถอนโจทก์มิให้เป็นทนายต่อไป จะถือว่าโจทก์เป็นฝ่ายผิดสัญญาหรือลดค่าจ้างมิได้ เห็นพ้องตามศาลล่าง ส่วนข้อที่ว่าจำเลยถอนโจทก์เพราะไม่ไว้ใจด้วยเหตุที่โจทก์ไปเป็นทนายให้บริษัท ท. ฟ้องจำเ