ฎีกาที่ คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1792/2529

กฎหมายที่เกี่ยวข้อง

เนื้อหาคำพิพากษา (บางส่วน)

ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมายคำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1792/2529นาง นิสา พานิชกุล กับพวกโจทก์ธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร กับพวกจำเลย ป.พ.พ. ม. 583 ป.วิ.พ. ม. 86, ม. 104 พ.ร.บ.จัดตั้งศาลแรงงานและวิธีพิจารณาคดีแรงงาน พ.ศ.2522 ม. 31 ประกาศกระทรวงมหาดไทย เรื่อง การคุ้มครองแรงงาน ข้อ 46, ข้อ 47 (1)คำสั่งเลิกจ้างของจำเลยระบุข้อความว่าเหตุที่จำเลยเลิกจ้างโจทก์เนื่องจากไม่อาจไว้วางใจให้โจทก์ปฏิบัติหน้าที่ในธนาคารจำเลยต่อไปได้มิได้อ้างเหตุเลิกจ้างเนื่องจากโจทก์ทั้งสองทุจริตต่อหน้าที่และร่วมกันกระทำผิดอาญาข้ออ้างที่ว่าจำเลยเลิกจ้างโจทก์เพราะโจทก์กระทำความผิดดังกล่าวจึงตกไปจำเลยหาได้เลิกจ้างโจทก์เพราะเหตุนี้ไม่. จำเลยเลิกจ้างโจทก์โดยอาศัยเหตุไม่ไว้วางใจให้ปฏิบัติหน้าที่ต่อไปตามข้อบังคับของจำเลยมิใช่เนื่องจากกระทำทุจริตต่อหน้าที่โดยตรงการที่จำเลยจะนำสืบข้อเท็จจริงต่อไปว่าโจทก์ทุจริตต่อหน้าที่และกระทำผิดอาญาโดยเจตนาต่อไปอีกจึงไม่เป็นประโยชน์แก่คดีและการเลิกจ้างเพราะเหตุไม่ไว้วางใจไม่เข้าข้อยกเว้นตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์มาตรา583ที่จำเลยจะไม่ต้องจ่ายสินจ้างแทนการบอกกล่าวล่วงหน้าศาลแรงงานกลางชอบที่จะงดสืบพยานจำเลยได้.โจทก์ ฟ้อง ว่า โจทก์ ทั้ง สอง เป็น ลูกจ้าง ของ จำเลย จำเลย เลิกจ้างโจทก์ ทั้ง สอง โดย ไม่ บอกกล่าว ล่วงหน้า และ ไม่ จ่าย ค่าชดเชยขอ ให้ บังคับ จำเลย จ่าย ค่าชดเชย และ สินจ้าง แทน การ บอกกล่าวล่วงหน้า แก่ โจทก์ ทั้ง สอง จำเลย ทั้ง สอง ให้การ ว่า จำเลย ที่ 1 เลิกจ้าง โจทก์ ทั้ง สองเนื่องจาก โจทก์ ทั้ง สอง ทุจริต ต่อ หน้าที่ ร่วมกัน กระทำ ผิด อาญาโดย เจตนา ต่อ จำเลย ที่ 1 โดย ร่วมกัน นำ ใบสั่งจ่าย น้ำมัน เงินเชื่อของ จำเลย ที่ 1 ไป รับ น้ำมัน จาก สถานีบริการ น้ำม