ฎีกาที่ คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1732/2543

ประเด็นกฎหมาย

ปัญหาข้อกฎหมายเกี่ยวกับการนำสืบข้อยกเว้นความรับผิดตามกฎหมายลิขสิทธิ์ของจำเลย และการริบเครื่องถ่ายเอกสารของกลาง

หลักกฎหมาย

จำเลยซึ่งอ้างข้อยกเว้นความรับผิดตามกฎหมายลิขสิทธิ์มีหน้าที่นำสืบให้เห็นตามข้อกล่าวอ้างของตน และ พ.ร.บ.ลิขสิทธิ์ พ.ศ. 2537 มาตรา 75 เป็นบทบัญญัติบังคับเด็ดขาดให้ริบสิ่งที่ได้ใช้ในการกระทำความผิด

คำวินิจฉัย

ศาลฎีกาวินิจฉัยว่าจำเลยมีหน้าที่นำสืบข้อยกเว้นความรับผิด และอุทธรณ์ของโจทก์ร่วมไม่ชอบด้วยกฎหมาย ส่วนเครื่องถ่ายเอกสารของกลาง 4 เครื่องต้องริบตาม พ.ร.บ.ลิขสิทธิ์ พ.ศ. 2537 มาตรา 75

ข้อเท็จจริงสำคัญ

จำเลยนำเครื่องถ่ายเอกสารทำสำเนาหนังสืออันมีลิขสิทธิ์ของโจทก์ร่วมจำนวนมาก โดยอ้างว่าทำตามคำสั่งของนักศึกษาเพื่อการศึกษาหรือวิจัย และเครื่องถ่ายเอกสารของกลาง 4 เครื่องถูกใช้ในการผลิตสำเนา

กฎหมายที่เกี่ยวข้อง

เนื้อหาคำพิพากษา (บางส่วน)

ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมายคำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1732/2543๒ พนักงานอัยการ สำนักงานอัยการสูงสุดโจทก์บริษัทเพรนทิซ-ฮอลล์ อิงค์ จำกัด กับพวกโจทก์ร่วมนายสมศักดิ์ ธนสารเสณีจำเลย ป.วิ.อ. ม. 15, ม. 226, ม. 227 ป.วิ.พ. ม. 225 พ.ร.บ.ลิขสิทธิ์ พ.ศ.2537 ม. 75 พ.ร.บ.จัดตั้งศาลทรัพย์สินทางปัญญาและการค้าระหว่างประเทศและวิธีพิจารณาคดีทรัพย์สินทางปัญญาและการค้าระหว่างประเทศ พ.ศ.2539 จำเลยนำเครื่องถ่ายเอกสารทำสำเนาจากต้นฉบับหนังสือซึ่งเป็นงานอันมีลิขสิทธิ์ของโจทก์ร่วมทั้งสามเป็นเล่ม จำนวน 71 เล่ม หนังสือยังไม่เข้าเล่มจำนวน 290 ชุด และเอกสารเป็นแผ่นจำนวน 158 ชุด (6,162 แผ่น)ของกลาง อันเป็นความผิดฐานทำซ้ำงานอันมีลิขสิทธิ์ของโจทก์ร่วม ที่จำเลยกล่าวอ้างข้อยกเว้นความรับผิดตามกฎหมายว่า จำเลยซึ่งมีอาชีพรับจ้างถ่ายสำเนาเอกสารได้ถ่ายสำเนาเอกสารของกลางตามคำสั่งของผู้ว่าจ้างคือนักศึกษาที่นำไปใช้เพื่อการศึกษาหรือวิจัย ได้รับการยกเว้นมิให้ถือว่าเป็นการละเมิดลิขสิทธิ์ จึงเป็นหน้าที่ของจำเลยที่จะต้องนำสืบเพื่อพิสูจน์ให้เห็นตามข้อกล่าวอ้างของตน อุทธรณ์ของโจทก์ร่วมทั้งสามที่ว่า จำเลยกระทำผิดฐานมีสำเนาเอกสารของกลางไว้เพื่อขายอันเป็นการค้านั้น โจทก์บรรยายฟ้องแต่เพียงว่า จำเลยละเมิดลิขสิทธิ์โดยทำซ้ำหนังสือซึ่งเป็นงานอันมีลิขสิทธิ์ของโจทก์ร่วมทั้งสาม และนำหนังสือซึ่งจำเลยทำซ้ำโดยละเมิดลิขสิทธิ์ดังกล่าวออกขาย เสนอขายแก่บุคคลทั่วไปเท่านั้น หาได้บรรยายว่า จำเลยมีหนังสือซึ่งจำเลยทำซ้ำโดยละเมิดลิขสิทธิ์ดังกล่าวไว้เพื่อขายมาในฟ้องด้วยไม่ อุทธรณ์ของโจทก์ร่วมทั้งสามดังกล่าวเป็นการยกข้อเท็จจริงขึ้นมาใหม่ในชั้นอุทธรณ์ จึงเป็นข้อที่มิได้ยกขึ้นว่ากันมาแล้วโดยชอบในศาลทรัพย์สินทางปัญญาและการค้าระหว่างประเทศกลาง