ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมายคำพิพากษาศาลฎีกาที่ 333/2511นายประพงษ์ วัชราภัยโจทก์นายยกคิม จ.ถาวรล. ป.วิ.พ. ม. 94 ป.พ.พ. ม. 537 พ.ร.บ.ควบคุมค่าเช่าเคหะและที่ดิน พ.ศ.2504 โจทก์ให้จำเลยและคนอื่นแบ่งกันเช่าบ้านรายพิพาทอยู่หลายคน ต่างคนต่างเสียค่าเช่า จำเลยเช่า 1 ห้อง เสียค่าเช่าเดือนละ 700 บาท เมื่อรวมค่าเช่าทุกคนแล้วเป็นค่าเช่าเดือนละ 2,500 บาท โจทก์ให้จำเลยทำสัญญาเช่าบ้านพิพาทแต่ผู้เดียวในอัตราค่าเช่า เกินเดือนละ 1,000 บาท ก็เพื่อจะหลีกเลี่ยงให้พ้นจากการควบคุมของพระราชบัญญัติควบคุมการเช่าเคหะและที่ดิน พ.ศ. 2504 มาตรา 4 จึงเป็นสัญญาที่ทำขึ้นด้วยเจตนาฝ่าฝืนกฎหมาย จำเลยนำสืบหักล้างถึงความไม่สมบูรณ์แห่งสัญญาได้ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 94 วรรคท้ายโจทก์ฟ้องขับไล่จำเลยออกจากเคหะที่ให้เช่า อัตราค่าเช่าเดือนละ ๒,๕๐๐ บาท และเรียกค่าเสียหาย จำเลยต่อสู้ว่า โจทก์ให้จำเลยและคนอื่นเช่าบ้านรายพิพาทเป็นรายห้อง เพื่ออยู่อาศัย อัตราค่าเช่าเมื่อรวมกันเป็นเงิน ๒,๕๐๐ บาท จำเลยเช่าจากโจทก์เพียง ๑ ห้อง อัตราค่าเช่าเดือนละ ๗๐๐ บาท โจทก์มอบให้จำเลยเป็นผู้ลงนามในสัญญาเช่าแต่ผู้เดียวเพื่ออำพรางข้อเท็จจริง เพื่อสะดวกในการบอกเลิกสัญญาและขับไล่จำเลยและผู้เช่าทุกคน จึงเป็นนิติกรรมอำพราง จำเลยได้รับความคุ้มครองตามพระราชบัญญัติควบคุมเคหะและที่ดิน พ.ศ. ๒๕๐๔ วันพิจารณา โจทก์แถลงข้อคิดค่าเสียหายเท่ากับค่าเช่าอัตราเดือนละ ๒,๕๐๐ บาท ศาลชั้นต้นงดสืบพยานทั้งสองฝ่ายแล้ววินิจฉัยว่า จำเลยไม่ได้แสดงเอกสารที่อ้างว่าโจทก์นำบ้านพิพาทให้จำเลยกับพวกแบ่งเช่าเป็นห้อง ๆ ค่าเช่าห้องต่าง ๆ ไม่เท่ากัน จึงมีนิติกรรมอันเดียว คือสัญญาเช่าท้ายฟ้อง ไม่มีนิติกรรมอำพราง กรณีไม่ใช่นิติกร